Router D-Link กับ TP-Link เลือกยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบก่อนซื้อแบบละเอียด
หากกำลังเลือกระหว่าง Router D-Link กับ TP-Link คำตอบไม่ได้มีว่ายี่ห้อหนึ่งดีกว่าอีกยี่ห้อในทุกด้าน เพราะทั้งสองแบรนด์มี Router ตั้งแต่รุ่นสำหรับบ้านทั่วไป Wi-Fi 6, Wi-Fi 7, Mesh ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับธุรกิจ
สิ่งที่แตกต่างกันคือแนวทางของแต่ละ Ecosystem จำนวนรุ่นที่มีให้เลือก ระบบ Mesh พอร์ต Ethernet ฟีเจอร์บริหาร Network และงบประมาณ
ถ้าต้องการคำตอบสั้นที่สุด D-Link เหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบใช้งานไม่ซับซ้อน มีอุปกรณ์ D-Link เดิม หรือสนใจ AQUILA PRO AI/EAGLE PRO AI ส่วน TP-Link มีตัวเลือกในตลาดบ้านและธุรกิจหลากหลายมาก ตั้งแต่ Archer, Deco ไปจนถึง Omada
แต่ก่อนเลือกควรเปรียบเทียบ “รุ่นต่อรุ่น” มากกว่าตัดสินจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
D-Link กับ TP-Link เลือกยี่ห้อไหนดี สรุปก่อนซื้อ
① เลือก D-Link หาก
เหมาะกับผู้ที่ต้องการ
Router บ้านติดตั้งง่าย
Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 7
ระบบ AQUILA PRO AI หรือ EAGLE PRO AI
Mesh ที่ขยายด้วยอุปกรณ์ใน Ecosystem ที่รองรับ
Router Wi-Fi 7 พร้อม 2.5GbE หลายพอร์ต เช่น R36
ระบบ Nuclias สำหรับเครือข่ายธุรกิจ
มีอุปกรณ์ D-Link อยู่แล้วและต้องการต่อยอดระบบเดิม
② เลือก TP-Link หาก
เหมาะกับผู้ที่ต้องการ
Router ให้เลือกหลายระดับ
Archer สำหรับ Router บ้าน
Deco สำหรับ Whole Home Mesh
Omada สำหรับธุรกิจ
Wi-Fi 7 Tri-Band และ 6 GHz หลายตัวเลือก
EasyMesh ใน Router Archer รุ่นที่รองรับ
ตัวเลือกระดับ Multi-Gigabit จำนวนมาก
ดังนั้นไม่มีคำตอบว่า D-Link หรือ TP-Link ชนะทุกกรณี
ต้องดู “รุ่นที่กำลังจะซื้อ” เป็นหลัก
① เปรียบเทียบกลุ่มผลิตภัณฑ์ D-Link กับ TP-Link
ทั้งสองยี่ห้อแบ่งผลิตภัณฑ์ตามลักษณะการใช้งาน แต่เรียกชื่อต่างกัน
D-Link
กลุ่มที่พบได้ เช่น
Router บ้าน
R15, R36, R95 และรุ่นอื่น ๆ
Mesh
M15, M30, M36, M60, M95
Extender
E15, E30 และ SE Series
Access Point ธุรกิจ
DAP Series
Cloud Managed
DBA และ Nuclias
TP-Link
มีผลิตภัณฑ์หลัก เช่น
Archer
Router สำหรับบ้าน
Deco
ระบบ Whole Home Mesh
RE Series
Range Extender
Omada
ระบบ Network สำหรับธุรกิจ
ถ้ามองเฉพาะความหลากหลายของไลน์สินค้า TP-Link มีการแบ่งกลุ่มให้เลือกจำนวนมาก ขณะที่ D-Link ก็มี Ecosystem บ้านและธุรกิจครบเช่นกัน
② Router Wi-Fi 6 D-Link กับ TP-Link เลือกอะไรดี
หากยังไม่ได้ต้องการ Wi-Fi 7 ทั้งสองแบรนด์มี Router Wi-Fi 6 ให้เลือกจำนวนมาก
ตัวอย่างฝั่ง D-Link เช่น
D-Link R15 AX1500
เหมาะกับบ้านทั่วไป เน็ต 300–500 Mbps และผู้ใช้ที่ต้องการ Wi-Fi 6 ในงบไม่สูง
ส่วน TP-Link มี Archer Wi-Fi 6 ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นประสิทธิภาพสูง
ดังนั้นในกลุ่ม Wi-Fi 6 ไม่ควรเลือกจากแบรนด์ก่อน
ให้เปรียบเทียบ
AX Class
จำนวน Stream
WAN/LAN
Mesh Compatibility
QoS
Security
จำนวนพอร์ต
ราคา
ของรุ่นที่อยู่ในงบเดียวกัน
③ Wi-Fi 7 D-Link กับ TP-Link แตกต่างกันอย่างไร
Wi-Fi 7 เป็นจุดที่การแข่งขันน่าสนใจมากขึ้น
ฝั่ง D-Link มีรุ่น เช่น
R36 BE3600
C36 BE3600
R95 BE9500
M36 BE3600
M95 BE9500
ขณะที่ TP-Link มีทั้ง Archer และ Deco Wi-Fi 7 หลายระดับ เช่น Archer BE550, BE800 และ Deco Wi-Fi 7
ทั้งสองแบรนด์รองรับเทคโนโลยีสำคัญของ Wi-Fi 7 ในรุ่นที่เกี่ยวข้อง เช่น Multi-Link Operation หรือ MLO
แต่สเปกย่อยแตกต่างกันมากในแต่ละรุ่น
④ D-Link R36 กับ TP-Link Archer BE550 ต่างกันอย่างไร
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าควรเปรียบเทียบ “รุ่นกับรุ่น”
D-Link R36
เป็น Wi-Fi 7 ระดับ BE3600 แบบ Dual-Band
รองรับ
2.4 GHz
5 GHz
MLO
2.5GbE WAN 1 พอร์ต
2.5GbE LAN 3 พอร์ต
Mesh กับ AQUILA PRO AI รุ่นที่รองรับ
จุดเด่นคือให้พอร์ต 2.5GbE หลายพอร์ตใน Router ขนาดบ้าน
TP-Link Archer BE550
เป็น Wi-Fi 7 ระดับ BE9300 แบบ Tri-Band
รองรับ
2.4 GHz
5 GHz
6 GHz
MLO
2.5GbE WAN 1 พอร์ต
2.5GbE LAN 4 พอร์ต
EasyMesh
ดังนั้นหากต้องการ 6 GHz และ Wireless Capacity สูงกว่า Archer BE550 มีข้อได้เปรียบด้านสเปก
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านจำเป็นต้องใช้ BE9300
หาก Internet ไม่ได้เร็วมากและไม่มีอุปกรณ์ 6 GHz การซื้อ R36 อาจเพียงพอต่อการใช้งานได้อยู่แล้ว
ควรนำ “ราคา ณ วันที่ซื้อ” มาเปรียบเทียบด้วย เพราะ Router สองระดับนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในช่วงราคาเดียวกัน
⑤ ตัวเลข BE3600 กับ BE9300 หมายความว่าอย่างไร
ตัวเลขดังกล่าวเป็นระดับความเร็ว Wireless รวมทางทฤษฎีของหลายย่าน
ไม่ได้หมายความว่า
BE9300 = Internet 9.3 Gbps
หรือ
BE3600 = Internet 3.6 Gbps
จากอุปกรณ์เครื่องเดียว
ความเร็วจริงยังขึ้นอยู่กับ
Client
Channel Width
จำนวน Spatial Stream
ระยะทาง
สิ่งกีดขวาง
Internet Speed
Ethernet Uplink
Network Congestion
ดังนั้นไม่ควรตัดสินว่า Router BE9300 จะดีกว่า BE3600 ถึงสองหรือสามเท่าในการใช้งานจริงทุกประเภท
⑥ D-Link กับ TP-Link ยี่ห้อไหน Mesh ดีกว่า
ทั้งสองยี่ห้อมีระบบ Mesh แต่โครงสร้าง Ecosystem แตกต่างกัน
D-Link มีระบบ เช่น
EAGLE PRO AI
AQUILA PRO AI
ตัวอย่างเช่น M36 สามารถสร้าง Mesh ร่วมกับ AQUILA PRO AI รุ่นที่รองรับหลายรุ่น เช่น R36, M36, R95, M95, M30, M60 และ E30
จึงสามารถเริ่มจาก Router แล้วเพิ่ม Mesh Router หรือ Extender ที่รองรับภายหลังได้
ฝั่ง TP-Link
มีหลายระบบ เช่น
Deco Mesh
EasyMesh
OneMesh
Omada Mesh
จุดสำคัญที่ควรรู้คือ ระบบเหล่านี้ไม่ได้รวมกันเป็น Mesh เดียวทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น Archer ที่ใช้ EasyMesh ไม่สามารถนำไปผสมกับ Deco เพื่อสร้าง Unified Mesh ที่มี Seamless Roaming แบบระบบเดียวกันได้
ดังนั้นก่อนซื้อ TP-Link ควรตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่าจะใช้ Archer/EasyMesh หรือ Deco
⑦ ถ้าต้องการ Mesh ใช้ง่าย เลือก D-Link หรือ TP-Link
หากต้องการระบบ Whole-Home Mesh โดยเฉพาะ ควรเปรียบเทียบ
D-Link M Series
กับ
TP-Link Deco
โดยตรง
อย่านำ Router Archer ไปเทียบกับ D-Link Mesh แล้วสรุปจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นผลิตภัณฑ์คนละแนว
บ้านทั่วไป
สามารถใช้ Mesh Wi-Fi 6 ระดับกลางได้
บ้านใหม่
ควรพิจารณา Wi-Fi 7 Mesh เช่น D-Link M36 หรือ Deco Wi-Fi 7 ตามงบ
บ้าน High-End
สามารถดู D-Link M95 หรือ Deco Wi-Fi 7 ระดับสูงที่มี Tri-Band และ 6 GHz
สิ่งสำคัญกว่าชื่อแบรนด์คือจำนวน Node และตำแหน่งติดตั้ง
⑧ D-Link หรือ TP-Link ยี่ห้อไหนเหมาะกับบ้านสองชั้น
ทั้งสองแบรนด์สามารถใช้งานได้ดี
หากบ้านไม่มีจุดอับมาก Router ตัวเดียวอาจเพียงพอ
แต่หากชั้นสองสัญญาณอ่อน ควรเลือก Mesh
ฝั่ง D-Link สามารถดู
M15, M30 หรือ M36
ตามระดับงบและมาตรฐาน Wi-Fi
ส่วน TP-Link สามารถดูผลิตภัณฑ์ Deco ในระดับใกล้เคียงกัน
อย่าพยายามแก้บ้านสองชั้นด้วย Router ตัวเดียวที่แรงที่สุดเสมอไป
Mesh 2 จุดที่วางถูกตำแหน่งอาจเหมาะกว่า
⑨ บ้านสามชั้นควรเลือกยี่ห้อไหน
สำหรับบ้านสามชั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ Logo บน Router แต่คือ Backhaul
ถ้าสามารถเดินสาย LAN ระหว่างชั้นได้ ควรใช้ Ethernet Backhaul
ตัวอย่าง
ชั้น 1 → Mesh Node 1
LAN → ชั้น 2 → Mesh Node 2
LAN → ชั้น 3 → Mesh Node 3
ระบบลักษณะนี้สามารถทำได้กับ Mesh ที่รองรับ Ethernet Backhaul
ไม่ว่าจะเลือก D-Link หรือ TP-Link การมี Wired Backbone ที่ดีมักสร้างผลลัพธ์มากกว่าการเปลี่ยนจากแบรนด์หนึ่งไปอีกแบรนด์หนึ่ง
⑩ D-Link กับ TP-Link ยี่ห้อไหนเหมาะกับ Gaming
ถ้า Gaming PC สามารถต่อ LAN ได้ ควรดูพอร์ต Ethernet ก่อน Wi-Fi
ตัวอย่างเช่น
D-Link R36 มี 2.5GbE LAN หลายพอร์ต
ขณะที่ TP-Link Archer BE550 ก็มี 2.5GbE หลายพอร์ตเช่นกัน
จึงเหมาะกับ
Gaming PC 2.5GbE
NAS
Internet Multi-Gigabit
Download เกมขนาดใหญ่
แต่ 2.5GbE ไม่ได้ทำให้ Ping Internet ต่ำลงโดยอัตโนมัติ
สิ่งสำคัญสำหรับ Gaming ยังเป็น
Ping
Jitter
Packet Loss
QoS
ISP Routing
หาก Router ทั้งสองรุ่นเพียงพอแล้ว ความแตกต่างของ ISP อาจมีผลกับเกมมากกว่าความแตกต่างของแบรนด์ Router
⑪ ดูหนัง 4K เลือก D-Link หรือ TP-Link
สำหรับ Streaming 4K Router Wi-Fi 6 ระดับกลางของทั้งสองแบรนด์ก็เพียงพอในบ้านจำนวนมาก
ไม่จำเป็นต้องซื้อ Wi-Fi 7 ระดับสูงเพียงเพราะดู Netflix 4K
ควรดูว่า
Smart TV อยู่ไกล Router หรือไม่
ใช้ 5 GHz หรือไม่
ดูพร้อมกันกี่จอ
Internet เร็วเท่าไร
มี Download หนักพร้อมกันหรือไม่
ถ้า Smart TV อยู่หลังผนังหลายด้าน การเพิ่ม Mesh หรือ Access Point มีประโยชน์กว่าการเปลี่ยนจาก D-Link เป็น TP-Link หรือกลับกัน
⑫ D-Link กับ TP-Link ยี่ห้อไหนเหมาะกับ Smart Home
ทั้งสองแบรนด์รองรับ Smart Home Network ได้
สิ่งที่ควรดูคือ
IoT Network
Guest Network
2.4 GHz
WPA3
Client Management
Parental Controls
Mesh
อุปกรณ์ Smart Home จำนวนมากยังใช้ 2.4 GHz ดังนั้นอย่ามองเฉพาะ 5 GHz หรือ 6 GHz
Router Wi-Fi 7 ราคาแพงไม่ได้ทำให้ Smart Plug ที่รองรับเพียง 2.4 GHz ทำงานเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
⑬ ระบบบริหารผ่านแอปต่างกันอย่างไร
TP-Link ใช้ระบบแอปตามสายผลิตภัณฑ์ เช่น
Tether สำหรับ Router หลายรุ่น
Deco สำหรับ Deco Mesh
Omada สำหรับระบบธุรกิจ
ฝั่ง D-Link ก็มีแอปและระบบบริหารตามตระกูลผลิตภัณฑ์ เช่น EAGLE PRO AI และ AQUILA PRO AI
ผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับการตั้งค่าผ่านโทรศัพท์ควรทดลองดูหน้าตาและฟังก์ชันของแอปที่ใช้กับ “รุ่นที่จะซื้อจริง”
ไม่ควรสรุปว่าแอปของแบรนด์ใดดีกว่าเสมอ เพราะฟังก์ชันที่มีให้แตกต่างกันตามรุ่นและ Firmware
⑭ Security D-Link กับ TP-Link ต่างกันอย่างไร
Router รุ่นใหม่ของทั้งสองยี่ห้อรองรับระบบรักษาความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น WPA3 ในหลายรุ่น
TP-Link มีระบบ HomeShield ในผลิตภัณฑ์บ้านที่รองรับ
ส่วน D-Link มีฟังก์ชัน Security และ Parental Control ตามแต่ละตระกูลผลิตภัณฑ์
ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่า Feature ที่ต้องการเป็น
ฟรีทั้งหมด
ต้องสมัครบริการเพิ่มเติม
รองรับเฉพาะบางรุ่น
รองรับเฉพาะ Firmware บางเวอร์ชัน
ไม่ควรดูเพียงชื่อ Feature จากหน้าโฆษณา
⑮ D-Link กับ TP-Link ยี่ห้อไหนเหมาะกับธุรกิจ
ฝั่ง D-Link มี
Nuclias Connect / Nuclias Cloud
และ Access Point กลุ่ม DAP/DBA
ส่วน TP-Link มีระบบ Omada
ทั้งสองสามารถใช้สร้าง Network ธุรกิจที่มี
Access Point หลายตัว
VLAN
Guest Wi-Fi
Central Management
PoE
Multi-Site Management
ได้ตามอุปกรณ์ที่เลือก
ถ้ามีระบบเดิมอยู่แล้ว
นี่เป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าบริษัทมี D-Link Switch และ AP ที่บริหารผ่าน Nuclias อยู่แล้ว การเพิ่ม D-Link อาจง่ายกว่า
หากมี Omada Controller, Switch และ EAP อยู่แล้ว การเพิ่ม TP-Link Omada มักตรงกว่า
ไม่ควรเปลี่ยน Ecosystem เพียงเพราะ AP ของอีกยี่ห้อถูกกว่าหนึ่งรุ่น หากต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเปลี่ยนระบบบริหารทั้งหมด
⑯ ราคา D-Link กับ TP-Link ยี่ห้อไหนถูกกว่า
ไม่สามารถตอบแบบตายตัวได้
ทั้งสองแบรนด์มีสินค้าหลายระดับ
ตัวอย่างเช่น
AX1500
AX3000
BE3600
BE9300
BE9500
รุ่น Multi-Gigabit
ราคายังแตกต่างตาม
ประเทศ
ร้านค้า
Promotion
Hardware Version
ช่วงเวลา
จำนวน Node
ดังนั้นควรเทียบรุ่นที่อยู่ระดับเดียวกันและดู ราคาจริง ณ วันที่ซื้อ
อย่าเทียบ Router Dual-Band ระดับ BE3600 กับ Tri-Band BE9300 แล้วสรุปว่ายี่ห้อหนึ่งแพงกว่า เพราะสเปกคนละระดับ
⑰ D-Link มีข้อได้เปรียบตรงไหน
สำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม จุดที่น่าสนใจของ D-Link ได้แก่
AQUILA PRO AI Ecosystem
Router R36 มี 2.5GbE WAN/LAN หลายพอร์ต
มี Mesh ตั้งแต่ Wi-Fi 6 ถึง Wi-Fi 7
มี Outdoor และ Business AP
มี Nuclias
สามารถขยาย AQUILA PRO AI Mesh กับหลายรุ่นที่รองรับ
โดยเฉพาะผู้ที่มี D-Link อยู่แล้ว การต่อยอด Ecosystem เดิมอาจง่ายและคุ้มกว่าการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
⑱ TP-Link มีข้อได้เปรียบตรงไหน
จุดที่ TP-Link น่าสนใจ ได้แก่
Archer มี Router ให้เลือกหลายระดับ
Deco มี Mesh หลายช่วงราคาและสเปก
มี Wi-Fi 7 Tri-Band หลายรุ่น
มี Router Multi-Gigabit ระดับสูง
EasyMesh รองรับใน Archer Wi-Fi 7 และหลายรุ่น
Omada มีผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจครบหลายประเภท
เช่น Archer BE550 เป็นตัวอย่าง Router Wi-Fi 7 ที่ได้ทั้ง Tri-Band, 6 GHz และ 2.5GbE หลายพอร์ต
จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการตัวเลือก Hardware จำนวนมากก่อนตัดสินใจ
⑲ ข้อควรระวังก่อนซื้อ TP-Link Mesh
สิ่งหนึ่งที่ควรรู้คือ TP-Link มีระบบ Mesh หลายแบบ
Deco Mesh, EasyMesh, OneMesh และ Omada Mesh ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำทุกอุปกรณ์มารวมเป็น Mesh ระบบเดียวได้
ตัวอย่างเช่น หากซื้อ Archer ก่อน แล้วภายหลังอยากเพิ่ม Deco ไม่ควรสมมติว่าจะกลายเป็น Unified Mesh โดยอัตโนมัติ
ดังนั้นต้องวางแผน Ecosystem ก่อนซื้อ
นี่เป็นรายละเอียดสำคัญมากสำหรับผู้ที่คิดว่าจะทยอยซื้ออุปกรณ์เพิ่มในอนาคต
⑳ ข้อควรระวังก่อนซื้อ D-Link Mesh
ฝั่ง D-Link ก็ต้องตรวจสอบ Compatibility เช่นเดียวกัน
ไม่ใช่ Router D-Link ทุกตัวจะ Mesh กับ Extender หรือ Mesh Router ทุกตัวได้
ต้องตรวจสอบว่าอยู่ใน
EAGLE PRO AI
AQUILA PRO AI
หรือระบบ Mesh ที่รองรับกัน
ตัวอย่างเช่น D-Link ระบุรายการรุ่นที่สามารถ Mesh ร่วมกับ M36 ได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นก่อนซื้อ Node เพิ่ม ต้องตรวจสอบรุ่นและ Firmware เสมอ
㉑ D-Link หรือ TP-Link สำหรับเน็ต 500 Mbps
ถ้า Internet ประมาณ 500 Mbps
Router Wi-Fi 6 ของทั้งสองแบรนด์ก็สามารถเพียงพอได้
ไม่จำเป็นต้องซื้อ Wi-Fi 7 ระดับสูง
ควรเน้น
Gigabit WAN
Gigabit LAN
Wi-Fi 6
Coverage
จำนวนอุปกรณ์
ราคา
ถ้าเป็นบ้านเล็ก Router ตัวเดียวก็เพียงพอ
บ้านใหญ่ควรนำงบไปลงทุน Mesh ก่อนเพิ่มระดับความเร็ว Router
㉒ D-Link หรือ TP-Link สำหรับเน็ต 1 Gbps
เมื่อ Internet ถึง 1 Gbps ควรเริ่มดู 2.5GbE มากขึ้น โดยเฉพาะหากกำลังซื้อ Router ใหม่
ตัวอย่างเช่น
D-Link R36
มี 2.5GbE WAN และ LAN หลายพอร์ต
TP-Link Archer BE550
ก็มีระบบ 2.5GbE หลายพอร์ตและ Wi-Fi 7 Tri-Band
ถ้าต้องการเพียง 1 Gbps สำหรับบ้านทั่วไป ทั้งสองมีประสิทธิภาพเกินพอในหลายสถานการณ์
การเลือกจึงขึ้นอยู่กับราคา Ecosystem และ Feature ที่ต้องการ
㉓ D-Link หรือ TP-Link สำหรับเน็ตเกิน 1 Gbps
สำหรับ Internet 2 Gbps หรือสูงกว่า ต้องตรวจสอบ
WAN 2.5G/10G
LAN 2.5G/10G
Switch
Network Card
สาย LAN
Wi-Fi Client
TP-Link มี Router ระดับสูงอย่าง Archer BE800 ที่มีทั้ง 10G และ 2.5G
D-Link มีรุ่น Wi-Fi 7 เช่น R36 และ R95 ที่รองรับ 2.5GbE
ดังนั้นผู้ที่ต้องการ 10G จริงควรดูสเปก Port อย่างละเอียด เพราะคำว่า Wi-Fi 7 เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่า Router มี 10GbE
㉔ เลือกจากแบรนด์หรือเลือกรุ่นก่อน
ควรเลือกรุ่นก่อน
วิธีที่ถูกต้องคือกำหนดความต้องการ เช่น
Internet 1 Gbps
บ้านสองชั้น
ต้องการ Mesh
มี NAS 2.5GbE
งบประมาณที่กำหนด
แล้วค่อยหารุ่น D-Link และ TP-Link ที่ตรงเงื่อนไขมาเปรียบเทียบ
ไม่ควรเริ่มจาก
“ฉันจะซื้อ TP-Link เท่านั้น”
หรือ
“D-Link ต้องดีกว่าแน่นอน”
เพราะบางช่วงราคายี่ห้อหนึ่งอาจมีรุ่นที่เหมาะกว่าอีกยี่ห้อหนึ่ง
㉕ สรุปแบบไหนควรซื้อ D-Link และแบบไหนควรซื้อ TP-Link
เลือก D-Link ถ้า
มี D-Link เดิมอยู่แล้ว
ต้องการต่อยอด AQUILA PRO AI หรือ EAGLE PRO AI
สนใจ Router อย่าง R36 ที่มี 2.5GbE หลายพอร์ต
ต้องการระบบ Nuclias
ต้องการ Network ที่อยู่ใน Ecosystem D-Link เดียวกัน
เลือก TP-Link ถ้า
ต้องการตัวเลือก Router จำนวนมาก
ต้องการ Archer Wi-Fi 7 Tri-Band
ต้องการ Deco Whole Home Mesh
ต้องการ Omada สำหรับธุรกิจ
ต้องการตัวเลือก 6 GHz หรือ 10GbE ในรุ่นระดับสูง
ถ้ายังไม่มีอุปกรณ์ทั้งสองยี่ห้อ
ให้เลือกจาก รุ่นที่คุ้มที่สุดในงบและตรงกับ Network ของบ้านที่สุด
นี่เป็นวิธีที่ comsiam แนะนำมากกว่าการตัดสินจากชื่อแบรนด์
ก่อนซื้อ Router D-Link หรือ TP-Link ต้องเช็กอะไรบ้าง
ควรตรวจสอบ
Internet Speed
ขนาดบ้าน
จำนวนชั้น
จำนวน Client
Wi-Fi 6 หรือ Wi-Fi 7
ต้องการ 6 GHz หรือไม่
ต้องการ Mesh หรือไม่
Mesh Ecosystem ที่เลือกคืออะไร
ต้องการ 2.5GbE หรือ 10GbE หรือไม่
จำนวน LAN Port
มี Gaming PC หรือไม่
มี NAS หรือไม่
ต้องการ Parental Control หรือไม่
ต้องการ IoT Network หรือไม่
ราคา ณ วันที่ซื้อ
Warranty และบริการในประเทศ
Hardware Version
Firmware Support
สรุป Router D-Link กับ TP-Link เลือกยี่ห้อไหนดี
D-Link และ TP-Link เป็นตัวเลือกที่ดีทั้งคู่ แต่เหมาะกับผู้ใช้ต่างกัน
หากต้องการ Wi-Fi 7 ที่มีพอร์ต 2.5GbE หลายพอร์ตและสนใจ Ecosystem AQUILA PRO AI รุ่นอย่าง D-Link R36 มีความน่าสนใจมาก
ถ้าต้องการ Router Wi-Fi 7 Tri-Band พร้อม 6 GHz และต้องการตัวเลือกระดับสูงจำนวนมาก TP-Link Archer มีรุ่นอย่าง BE550 และ BE800 ให้เลือกตามระดับ Network
ด้าน Mesh ควรเปรียบเทียบ D-Link M Series กับ TP-Link Deco โดยตรง และควรเลือก Ecosystem ก่อนซื้อ Node แรก เพราะระบบ Mesh ของแต่ละตระกูลไม่ได้สามารถนำมาผสมกันได้ทั้งหมด
ด้านธุรกิจ D-Link มี Nuclias ส่วน TP-Link มี Omada หากองค์กรใช้อันใดอยู่แล้ว การต่อยอด Ecosystem เดิมมักสมเหตุสมผลกว่าการเปลี่ยนทั้งหมด
ดังนั้นคำตอบสุดท้ายที่ comsiam แนะนำคือ อย่าถามว่า D-Link หรือ TP-Link ยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่ให้ถามว่า “รุ่นไหนดีที่สุดสำหรับบ้านและงบของเรา” เพราะ Router ที่มีสเปกเหมาะสม ติดตั้งถูกตำแหน่ง และอยู่ใน Ecosystem ที่วางแผนไว้ดี จะให้ผลลัพธ์ดีกว่าการเลือกจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว