วิธีใช้ Traceroute ตรวจสอบปัญหาอินเทอร์เน็ตผ่าน D-Link
หากใช้งาน Router D-Link แล้วพบว่า อินเทอร์เน็ตช้า Ping สูง เข้าเว็บไซต์บางแห่งไม่ได้ หรือ Connection หลุดระหว่างทาง เครื่องมือ Traceroute สามารถช่วยดูได้ว่า Packet เดินทางจากคอมพิวเตอร์ผ่าน Router และเครือข่ายต่าง ๆ ไปยังปลายทางอย่างไร
Traceroute มีประโยชน์มากเมื่อ Ping บอกเพียงว่า “ปลายทางช้าหรือเข้าไม่ได้” แต่ยังไม่รู้ว่าปัญหาเกิดตรง Router, ISP หรือเครือข่ายภายนอก
หลักการสำคัญคือดูเส้นทางทีละ Hop และเปรียบเทียบหลายครั้ง ไม่ควรเห็นเครื่องหมาย * เพียงจุดเดียวแล้วสรุปทันทีว่า Router หรือ ISP เสีย
① Traceroute คืออะไร
Traceroute คือเครื่องมือสำหรับตรวจสอบเส้นทางที่ Packet เดินทางจากอุปกรณ์ของเราไปยังปลายทางบนอินเทอร์เน็ต
ระหว่างทาง Packet อาจผ่านอุปกรณ์หลายตัว เช่น
คอมพิวเตอร์ → D-Link Router → ISP → เครือข่าย Backbone → ปลายทาง
แต่ละจุดที่ Packet ผ่านเรียกว่า
Hop
Traceroute จะแสดง Hop เหล่านี้พร้อมเวลาโดยประมาณที่ใช้ตอบกลับ
② Traceroute ต่างจาก Ping อย่างไร
Ping ใช้ตรวจว่า
ปลายทางตอบหรือไม่
Latency ประมาณเท่าไร
มี Packet Loss หรือไม่
Traceroute ใช้ตรวจว่า
Packet ผ่านเส้นทางใด
มี Router กี่ Hop
Latency เริ่มสูงจากช่วงไหน
เส้นทางหยุดตอบตรงไหน
ดังนั้นเครื่องมือสองตัวนี้ควรใช้ร่วมกัน
③ Windows ใช้คำสั่ง Traceroute อะไร
บน Windows ใช้คำสั่ง
tracert
ไม่ใช่ traceroute
ตัวอย่าง
tracert google.com
หรือ
tracert 1.1.1.1
Windows จะแสดงหมายเลข Hop พร้อม Response Time ของแต่ละจุด
④ วิธีเปิด Command Prompt
กด
Windows + R
พิมพ์
cmd
แล้วกด Enter
จากนั้นสามารถใช้คำสั่ง
tracert 1.1.1.1
ได้ทันที
ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมสำหรับการตรวจพื้นฐาน
⑤ เริ่มจาก Traceroute ไปยัง IP ก่อน
ถ้าต้องการแยกปัญหา DNS ควรเริ่มด้วย IP Address
ตัวอย่าง
tracert 1.1.1.1
หากคำสั่งนี้ทำงาน แต่
tracert google.com
หา Host ไม่เจอ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ DNS
วิธีนี้ช่วยแยกปัญหาได้ง่ายขึ้น
⑥ Hop แรกควรเป็นอะไร
ใน Network บ้านทั่วไป Hop แรกมักเป็น Router ของคุณ
เช่น
192.168.0.1
หรือ
192.168.1.1
ถ้าใช้ D-Link เป็น Main Router Hop แรกจึงมักเป็น IP ของ D-Link
หาก Hop แรกช้าหรือไม่เสถียร ควรตรวจ Local Network ก่อน ISP
⑦ หา Default Gateway ก่อนวิเคราะห์
บน Windows ใช้
ipconfig
แล้วดู
Default Gateway
ถ้า Gateway คือ
192.168.0.1
และ Traceroute Hop แรกก็เป็น 192.168.0.1
แสดงว่าเส้นทางกำลังผ่าน D-Link Router ตามที่คาด
ถ้า Hop แรกเป็น IP อื่น อาจมี Router อีกตัวอยู่ด้านหน้า
⑧ Hop ที่สองคืออะไร
Hop ที่สองมักเป็นอุปกรณ์หรือ Gateway ฝั่ง ISP แต่โครงสร้างจริงแตกต่างกันไป
หาก D-Link อยู่หลัง Router ของ ISP อาจเห็น
Hop 1 = D-Link
Hop 2 = ISP Router
Hop 3 เป็นต้นไป = เครือข่าย ISP
จึงต้องเข้าใจ Network Topology ก่อนวิเคราะห์
⑨ ถ้ามี Router สองชั้นจะเห็นอย่างไร
ตัวอย่าง
คอมพิวเตอร์ → D-Link → ISP Router → Internet
Traceroute อาจแสดง
Hop 1 = 192.168.0.1
Hop 2 = 192.168.1.1
จากนั้นจึงออกไปยังเครือข่าย ISP
กรณีนี้เรียกได้ว่าเป็นโครงสร้าง Router ซ้อนกันหรือ Double NAT ในหลายสถานการณ์
ไม่ได้หมายความว่าผิดเสมอไป แต่มีผลกับบริการบางประเภท
⑩ เวลาใน Traceroute อ่านอย่างไร
แต่ละ Hop มักมีค่าเวลาเป็น
ms
เช่น
1 ms
12 ms
35 ms
ตัวเลขนี้คือเวลาที่ใช้โดยประมาณสำหรับการตอบกลับจาก Hop นั้น
โดยทั่วไปค่าที่เพิ่มขึ้นตามระยะทางถือเป็นเรื่องปกติ
สิ่งที่ควรสนใจคือการเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติและต่อเนื่องไปจนถึงปลายทาง
⑪ ค่า 1 ms ที่ Hop แรกถือว่าปกติหรือไม่
โดยทั่วไปถือว่าดีมากสำหรับ Local Network
ผ่านสาย LAN มักได้ค่าใกล้ 1 ms
ผ่าน Wi-Fi อาจสูงขึ้นเล็กน้อย
ถ้า Hop แรกเป็น D-Link แล้วมีค่า 100–500 ms หรือ Timeout บ่อย ควรตรวจ Wi-Fi, LAN หรือ Router Load
⑫ เครื่องหมายดอกจัน * หมายความว่าอะไร
Traceroute อาจแสดง
* * *
ซึ่งหมายความว่าไม่ได้รับคำตอบจาก Hop นั้นภายในเวลาที่กำหนด
แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าจุดนั้นเสีย
Router บางตัวถูกตั้งให้
ไม่ตอบ Traceroute
จำกัด ICMP
ลด Priority ของ Probe
แม้จะยัง Forward Traffic ปกติ
⑬ มี * * * ตรงกลาง แต่ปลายทางถึง ถือว่าผิดหรือไม่
ไม่จำเป็น
ตัวอย่าง
Hop 5 = * * *
แต่ Hop 6, 7, 8 และปลายทางยังตอบ
แสดงว่า Hop 5 อาจเพียงไม่ตอบ Probe แต่ยัง Forward Packet ผ่านได้
ไม่ควรโทรแจ้ง ISP ว่า Hop 5 เสียจากข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียว
⑭ ถ้า Traceroute หยุดที่ Hop แรก
หาก Hop แรกคือ D-Link แล้วหลังจากนั้นไม่มี Hop ใดตอบเลย ให้ตรวจ
WAN Status
Internet
Gateway
PPPoE
VLAN
ISP
ถ้า Ping Router ได้ แต่ไม่มีเส้นทางต่อออก Internet ปัญหาอาจอยู่ฝั่ง WAN
⑮ ถ้า Hop แรกก็ไม่ตอบ
ให้ตรวจ Local Network ก่อน
อาจเกิดจาก
Router ไม่ตอบ ICMP
Wi-Fi หลุด
LAN มีปัญหา
IP Router ผิด
Firewall
ควรทดสอบ Ping Default Gateway เพิ่ม
อย่าใช้ Traceroute เพียงคำสั่งเดียวสรุปสาเหตุ
⑯ Traceroute ไปไม่ถึงปลายทางหมายความว่าอะไร
มีหลายกรณี เช่น
ปลายทางไม่ตอบ Probe
Firewall Block
Routing Problem
ISP Problem
Server มีนโยบายไม่ตอบ
Network Path มีปัญหา
ดังนั้นควรตรวจด้วย Browser และ Ping ร่วมกัน
ถ้าเว็บไซต์ยังเปิดได้ตามปกติ แม้ Traceroute ไม่ถึงปลายทาง ก็ไม่ได้แปลว่าเว็บไซต์มีปัญหา
⑰ วิธีดูว่า Latency เริ่มสูงจากจุดไหน
สมมติได้ผล
Hop 1 = 1 ms
Hop 2 = 5 ms
Hop 3 = 8 ms
Hop 4 = 120 ms
Hop 5 = 125 ms
Hop 6 = 130 ms
ถ้าค่าเริ่มสูงตั้งแต่ Hop 4 และยังสูงต่อไปถึงปลายทาง จุดนั้นอาจเป็นจุดเริ่มของ Latency ที่เพิ่มขึ้น
แต่ควรทำ Traceroute หลายครั้งเพื่อยืนยัน
⑱ Hop หนึ่งสูง แต่ Hop ถัดไปกลับต่ำ ถือว่าเสียหรือไม่
ไม่จำเป็น
ตัวอย่าง
Hop 4 = 150 ms
Hop 5 = 20 ms
Hop 6 = 22 ms
อาจหมายความว่า Router ใน Hop 4 ให้ Priority ต่ำกับ Packet Traceroute แต่ยัง Forward Traffic ปกติ
หากมีปัญหาจริง Latency มักเพิ่มแล้วส่งผลต่อ Hop ถัด ๆ ไปด้วย
⑲ วิธีแยกปัญหา D-Link กับ ISP
ทดสอบ
Ping D-Link
Ping Public IP
Traceroute Public IP
ถ้า
Hop 1 สูงหรือหลุด
ให้ตรวจ D-Link และ Local Network
ถ้า
Hop 1 ปกติ แต่เริ่มมีปัญหาหลังออกจากบ้าน
ให้ตรวจ WAN หรือ ISP เพิ่ม
นี่เป็นหลักที่ช่วยลดการแก้ผิดจุดได้มาก
⑳ Wi-Fi มีผลต่อ Traceroute หรือไม่
มี
Traceroute ทุก Packet จาก Notebook ผ่าน Wi-Fi ไปยัง Router ก่อน
หาก Wi-Fi มี
Packet Loss
Signal อ่อน
Noise สูง
Latency แกว่ง
ค่าของทุก Hop หลังจากนั้นอาจสูงตามไปด้วย
ดังนั้นควรตรวจ Hop แรกก่อนเสมอ
㉑ ใช้สาย LAN เพื่อทดสอบให้แม่นขึ้น
ถ้าต้องการแยก Wi-Fi ออกจาก WAN ให้ต่อคอมพิวเตอร์กับ D-Link ด้วยสาย LAN
จากนั้นทำ Traceroute ใหม่
ถ้าผลผ่าน LAN ดี แต่ผ่าน Wi-Fi แย่ แสดงว่าปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ Wireless
ไม่ควรโทษ ISP ทันที
㉒ Traceroute ตอน Internet ปกติไว้เปรียบเทียบ
วิธีที่ดีมากคือทำ Traceroute ตอน Network ปกติไว้ก่อน
เก็บ Screenshot หรือ Copy ผลลัพธ์
เมื่อเกิดปัญหาให้ทำใหม่
จากนั้นเปรียบเทียบว่า
เส้นทางเปลี่ยนหรือไม่
Hop เพิ่มหรือไม่
Latency สูงขึ้นตรงไหน
ข้อมูล Before/After มีประโยชน์มากกว่าดูผลครั้งเดียว
㉓ เส้นทาง Traceroute เปลี่ยนได้หรือไม่
ได้
Internet Routing สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ตาม
ISP
BGP
Load Balancing
Network Failure
Peering
Routing Policy
ดังนั้นวันนี้ Traceroute อาจไม่เหมือนเมื่อวาน
การเปลี่ยนเส้นทางไม่ได้หมายความว่ามีปัญหาเสมอไป
㉔ ใช้ Traceroute ตรวจเว็บช้าได้อย่างไร
หากเว็บไซต์หนึ่งช้าแต่เว็บไซต์อื่นปกติ ให้ Traceroute ไปยัง Domain นั้น
จากนั้นเปรียบเทียบกับ Traceroute ไปยังปลายทางอื่น
ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะเส้นทางหนึ่ง อาจเกี่ยวข้องกับ
Peering
Routing
CDN
Server Destination
มากกว่า D-Link Router
㉕ เว็บไทยเร็วแต่เว็บต่างประเทศช้าต้องดูอะไร
ลอง Traceroute ไปยังปลายทางในประเทศและต่างประเทศ
หาก Route ภายในประเทศดี แต่ Latency เพิ่มสูงหลังออกไป International Link อาจเป็นเรื่องของเส้นทางระหว่างประเทศหรือ Peering
ไม่ควรเปลี่ยน Wi-Fi Channel เพื่อแก้ปัญหาที่เริ่มหลังออกจากเครือข่าย ISP ไปแล้ว
㉖ Traceroute ช่วยวิเคราะห์เกม Ping สูงได้หรือไม่
ช่วยได้ระดับหนึ่ง
หากทราบ Host หรือ IP Server ของเกม สามารถตรวจเส้นทางได้
แต่เกมบางระบบ
ใช้หลาย Server
ใช้ UDP
ซ่อน Server IP
ใช้ CDN
ดังนั้น Traceroute อาจไม่สะท้อนเส้นทางของ Traffic เกมทั้งหมด
ควรดู Ping ในเกมและ Packet Loss ร่วมด้วย
㉗ Traceroute ช่วยวิเคราะห์ Video Call ได้หรือไม่
ช่วยดู Network Path ได้ แต่ Video Call มักใช้ Server หลายจุดและ Protocol แบบ Real-Time
ถ้า Video Call กระตุก ควรตรวจเพิ่ม
Packet Loss
Jitter
Upload
Wi-Fi
Bufferbloat
Traceroute เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกคุณภาพ Video Call ได้ครบทั้งหมด
㉘ Traceroute ไป DNS Server มีประโยชน์ไหม
มี
เช่น
tracert 1.1.1.1
หรือ
tracert 8.8.8.8
ช่วยตรวจว่าเส้นทางออก Internet ไปยัง Public DNS มีปัญหาหรือไม่
แต่ถ้า DNS Resolve ไม่ได้ ควรใช้ nslookup เพิ่มด้วย
Traceroute ตรวจ Route ไม่ได้ตรวจว่าบริการ DNS ตอบคำถามถูกต้องหรือไม่
㉙ ใช้ tracert -d ทำอะไร
บน Windows สามารถใช้
tracert -d 1.1.1.1
ตัวเลือก -d จะไม่พยายามแปลง IP ของแต่ละ Hop เป็น Hostname
ข้อดีคือผลอาจออกเร็วขึ้น และตัดปัญหา DNS Lookup ของชื่อ Hop ออก
เหมาะกับการวิเคราะห์ Network โดยตรง
㉚ Traceroute ช้ามากเพราะอะไร
สาเหตุอาจเป็นเพราะบาง Hop ไม่ตอบและระบบต้องรอ Timeout
นอกจากนี้การ Resolve Hostname ของแต่ละ Hop ก็เพิ่มเวลาได้
ลองใช้
tracert -d
เพื่อดูว่าผลเร็วขึ้นหรือไม่
อย่าตีความว่าคำสั่งช้าเท่ากับ Internet ช้าเสมอไป
㉛ Private IP ใน Traceroute ผิดปกติหรือไม่
ไม่จำเป็น
ช่วง Private IP เช่น
10.x.x.x
172.16.x.x – 172.31.x.x
192.168.x.x
อาจปรากฏใน Network ภายในของคุณหรือเครือข่าย ISP
รวมถึงระบบ CGNAT บางประเภท
จึงไม่ควรถือว่าเป็นปัญหาเพียงเพราะเห็น Private IP หลาย Hop
㉜ CGNAT เห็นจาก Traceroute ได้หรือไม่
Traceroute อาจให้เบาะแส เช่นมี IP ในช่วงภายในของ ISP แต่ไม่สามารถใช้ผล Tracerouteเพียงอย่างเดียวเพื่อยืนยัน CGNAT ได้ทุกกรณี
วิธีตรวจที่ชัดขึ้นคือเปรียบเทียบ
WAN IP ของ D-Link
กับ
Public IP ที่ Internet มองเห็น
หากแตกต่างกัน อาจมี NAT อีกชั้นหรือ CGNAT
㉝ Double NAT ดูจาก Traceroute ได้ไหม
อาจเห็น Hop แรกและ Hop ถัดไปเป็น Private IP สองวง เช่น
Hop 1 = 192.168.0.1
Hop 2 = 192.168.1.1
ซึ่งเป็นเบาะแสว่ามี Router สองชั้น
แต่ต้องตรวจ Network Topology และ WAN IP ของ D-Link เพิ่มเติม
ไม่ควรสรุปจาก Traceroute อย่างเดียว
㉞ Traceroute กับ Packet Loss ต้องดูอย่างไร
Traceroute มาตรฐานไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัด Packet Loss ระยะยาวอย่างละเอียด
หากสงสัย Loss ให้ใช้ Ping ต่อเนื่องควบคู่
ตัวอย่าง
ping 1.1.1.1 -t
แล้วใช้ Traceroute ดูเส้นทาง
สองเครื่องมือนี้เสริมกันได้ดี
㉟ Hop แรกมี Packet Delay สูงต้องทำอย่างไร
หาก D-Link เป็น Hop แรกและค่าแกว่งสูง ให้ตรวจ
Wi-Fi Signal
Noise
Channel
Router CPU
Client Traffic
LAN Cable
ลองต่อ LAN โดยตรง
หาก LAN ปกติแต่ Wi-Fi สูง ให้เน้น Wireless
㊱ Hop หลัง D-Link สูงต้องทำอย่างไร
ถ้า Hop 1 ปกติ แต่ Hop 2 หรือถัดไปเริ่มสูงและค่าสูงต่อไปจนปลายทาง ให้ตรวจ
WAN
ONT
ISP
Network Congestion
Routing
จดเวลาเกิดอาการ และทดสอบหลายครั้ง
ข้อมูลนี้มีประโยชน์เมื่อต้องแจ้ง ISP
㊲ Traceroute ตอนกลางวันกับกลางคืนต่างกัน
ถ้ากลางวัน Latency ต่ำ แต่ช่วงเย็นสูงมาก อาจเกี่ยวกับ Network Congestion
ทำ Traceroute ในช่วง
ปกติ
มีปัญหา
แล้วเปรียบเทียบ
ถ้า Hop แรกปกติทั้งสองช่วง แต่ Latency เพิ่มหลังเข้าสู่ ISP อาจมีปัญหานอก Local Network
㊳ ควรทำ Traceroute กี่ครั้ง
ไม่ควรใช้ผลครั้งเดียวตัดสิน
ลองอย่างน้อยหลายครั้งในช่วงที่มีปัญหา และอีกหลายครั้งเมื่อระบบปกติ
Route และ Response ของ Hop สามารถเปลี่ยนได้
การมีข้อมูลซ้ำช่วยแยกเหตุการณ์ชั่วคราวออกจากปัญหาที่เกิดต่อเนื่อง
㊴ Screenshot Traceroute ไว้ดีหรือไม่
ดีมาก
โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดเฉพาะบางช่วงเวลา
เก็บ
วันที่
เวลา
ปลายทาง
ผล Traceroute
ผล Ping
WAN Status
ไว้
เมื่อต้องวิเคราะห์ต่อจะมีข้อมูลมากกว่าการบอกเพียงว่า “เน็ตช้า”
㊵ ข้อมูลอะไรควรปิดก่อนโพสต์ Traceroute สาธารณะ
Traceroute อาจมี IP หรือ Hostname ภายใน Network
ก่อนโพสต์สาธารณะควรตรวจ
Private IP
Public IP
Hostname
ชื่อบริษัท
ข้อมูลระบบภายใน
ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลเครือข่ายทั้งหมดโดยไม่จำเป็น
㊶ Traceroute จากโทรศัพท์ทำได้หรือไม่
สามารถทำได้ผ่าน Network Utility ที่รองรับบน Android หรือ iPhone
แต่สำหรับการวิเคราะห์ง่าย ๆ บน Windows การใช้
tracert
ผ่าน Command Prompt สะดวกและเห็นผลชัดเจน
ถ้ามีคอมพิวเตอร์ ควรเริ่มจากคอมพิวเตอร์ก่อน
㊷ Router D-Link ต้องเปิดอะไรเพื่อใช้ Traceroute หรือไม่
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเปิด Port หรือ Remote Management เพื่อให้คอมพิวเตอร์ภายในใช้ Traceroute ออก Internet
Traceroute เป็นการทดสอบจาก Client ออกไปตามเส้นทาง Network
ไม่ควรเปิด Port บน Router เพียงเพื่อทำ Traceroute
㊸ Firewall มีผลกับ Traceroute หรือไม่
มีได้
Firewall บางจุดอาจไม่ตอบ Packet ที่ Traceroute ใช้
ดังนั้นจึงเห็น * * *
แต่ถ้า Hop ถัดไปและปลายทางยังตอบ แสดงว่า Traffic ยังสามารถผ่านไปได้
นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรตีความเครื่องหมายดอกจันแบบตรงตัวเกินไป
㊹ Traceroute ไปได้ไม่ครบแต่เว็บเปิดได้
ถือว่าเป็นไปได้และไม่ใช่เรื่องแปลก
Network Device บางตัวไม่ตอบ Traceroute Probe แต่ยังส่ง Traffic เว็บต่อได้
ถ้า Browser เปิดเว็บไซต์ได้และ Connection ปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องแก้ Router เพราะ Traceroute แสดง * บาง Hop
ต้องสนใจประสบการณ์ใช้งานจริงร่วมด้วย
㊺ วิธีทดสอบ D-Link แบบครบชุด
หาก Internet มีปัญหา ให้ทำตามนี้
1. Ping D-Link
ping 192.168.0.1
2. Ping Internet
ping 1.1.1.1
3. Traceroute
tracert -d 1.1.1.1
4. ตรวจ WAN Status
ดู WAN IP, Gateway และ DNS
5. ดู System Log
เทียบเวลาที่เกิดปัญหา
ชุดทดสอบนี้ช่วยแยกปัญหาได้ค่อนข้างชัด
㊻ ตัวอย่างกรณีปัญหาอยู่ที่ Wi-Fi
ผลอาจเป็น
Hop 1 = 150 ms
Hop 2 = 160 ms
Hop 3 = 170 ms
แต่เมื่อต่อ LAN
Hop 1 = 1 ms
Hop 2 = 10 ms
Hop 3 = 20 ms
แสดงว่า Wireless Connection มีปัญหามากกว่า WAN
ควรตรวจ Signal, Noise และ Channel
㊼ ตัวอย่างกรณีปัญหาอาจอยู่หลัง Router
ผลผ่าน LAN
Hop 1 = 1 ms
Hop 2 = 10 ms
Hop 3 = 180 ms
Hop 4 = 185 ms
ปลายทาง = 190 ms
ถ้าปกติ Hop 3 เคยต่ำกว่านี้มาก และอาการเกิดซ้ำ อาจต้องตรวจเส้นทาง ISP หรือเครือข่ายภายนอก
ควรเก็บผลหลายครั้งก่อนสรุป
㊽ ตัวอย่างกรณี * ไม่ใช่ปัญหา
ผล
Hop 1 = 1 ms
Hop 2 = 8 ms
Hop 3 = * * *
Hop 4 = 15 ms
Hop 5 = 20 ms
ปลายทาง = 25 ms
กรณีนี้ Hop 3 ไม่ตอบ Probe แต่ Packet ยังเดินทางต่อถึงปลายทาง
จึงไม่ควรถือว่า Hop 3 เสียเพียงเพราะเห็น *
㊾ เมื่อไรควรแจ้ง ISP พร้อมผล Traceroute
ควรเก็บหลักฐานเมื่อ
Ping D-Link ปกติ
LAN ปกติ
WAN Connected
ปัญหาเริ่มหลังออกจาก Router
เกิดซ้ำหลายครั้ง
Traceroute แสดง Latency สูงต่อเนื่องหลัง Hop ของ ISP
Internet ใช้งานจริงได้รับผลกระทบ
ควรแจ้งวัน เวลา และปลายทางที่ทดสอบด้วย
ข้อมูลแบบนี้มีประโยชน์กว่าการแจ้งเพียงว่า Internet ช้า
㊿ ลำดับวิเคราะห์ Traceroute ที่ง่ายที่สุด
สำหรับผู้อ่าน comsiam ให้ดูตามนี้
Hop 1 → Local Router
Hop 2 เป็นต้นไป → WAN/ISP
ดูว่าค่า Latency เริ่มสูงตรงไหน
ดูว่าค่าสูงนั้นต่อเนื่องถึงปลายทางหรือไม่
อย่าตกใจกับ * เพียง Hop เดียว
จากนั้นเปรียบเทียบกับ Ping และ WAN Status
สรุป
Traceroute เป็นเครื่องมือที่ช่วยตอบคำถามว่า ปัญหาอินเทอร์เน็ตเริ่มเกิดตรงส่วนไหนของเส้นทาง
บน Windows ใช้คำสั่ง
tracert 1.1.1.1
หรือถ้าต้องการลดการ Resolve Hostname ใช้
tracert -d 1.1.1.1
หาก Hop แรกซึ่งเป็น D-Link มี Latency สูงหรือหลุด ให้ตรวจ Local Network, Wi-Fi และ Router ก่อน แต่ถ้า Hop แรกปกติและปัญหาเริ่มหลังออกไปยังเครือข่าย ISP ให้ตรวจ WAN และเส้นทางภายนอกต่อ
อย่าตัดสินจาก * * * เพียงจุดเดียว เพราะ Network Device หลายตัวไม่ตอบ Traceroute แต่ยัง Forward Traffic ปกติ
หลักที่ comsiam แนะนำคือ ใช้ Ping เพื่อดูว่า “มีปัญหาหรือไม่” และใช้ Traceroute เพื่อดูว่า “ปัญหาเริ่มตรงไหน”
อีกหลักที่ comsiam แนะนำคือเก็บผล Traceroute ตอน Network ปกติไว้เปรียบเทียบกับช่วงที่มีปัญหา เพราะการเปรียบเทียบสองช่วงเวลามักให้ข้อมูลที่มีประโยชน์กว่าการดูผลเพียงครั้งเดียว