สแกน QR Code Router D-Link ไม่ได้ แก้อย่างไร

หากกำลังติดตั้ง Router D-Link ผ่านแอปแล้ว สแกน QR Code ไม่ได้ ไม่ต้องรีบ Factory Reset Router เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้ QR Code ผิดตัว, Camera Permission ถูกปิด, QR Code เลือนหรือมีแสงสะท้อน หรือแอปที่ใช้ไม่ตรงกับ Router รุ่นนั้น

D-Link หลายรุ่นใช้ Setup QR Code เพื่อช่วยให้แอประบุอุปกรณ์ได้เร็วขึ้น และในระบบบางรุ่นยังสามารถเลือก Add Without QR Code แล้วเลือก Model ด้วยตัวเองได้อีกด้วย

ให้ไล่ตรวจตามขั้นตอนต่อไปนี้

① ตรวจว่าใช้แอป D-Link ถูกตัวหรือไม่

ก่อนสแกน QR Code ต้องตรวจว่า Router รุ่นของคุณใช้แอปอะไร

D-Link มีหลายระบบ เช่น

  • D-Link Wi-Fi

  • EAGLE PRO AI

  • AQUILA PRO AI

  • mydlink

  • QRS Mobile ในอุปกรณ์รุ่นเก่าบางรุ่น

ดังนั้น QR Code ของ Router รุ่นหนึ่งอาจถูกออกแบบให้ใช้กับแอปเฉพาะ

ถ้าใช้แอปผิด ต่อให้กล้องอ่าน QR Code ได้ แอปก็อาจไม่รู้จักอุปกรณ์

② ดู Model ของ Router ก่อน

พลิก Router แล้วดูสติกเกอร์ด้านล่างหรือด้านหลัง

หา

Model

และถ้ามีให้ดู

H/W Ver.

จากนั้นตรวจคู่มือของ Model นั้นว่าต้องใช้แอปใด

อย่าเลือกแอปจากคำว่า D-Link เพียงอย่างเดียว เพราะอุปกรณ์ D-Link ไม่ได้ใช้แอปเดียวกันทั้งหมด

③ QR Code ที่ต้องสแกนอยู่ตรงไหน

ขึ้นอยู่กับรุ่น

Setup QR Code อาจอยู่บน

  • สติกเกอร์ใต้ Router

  • ฉลากด้านหลัง

  • Quick Installation Card

  • Setup Card

  • กล่องสินค้า

  • เอกสารเริ่มต้นใช้งาน

D-Link ระบุในคู่มือของหลายรุ่นให้สแกน Setup Code เพื่อเริ่มติดตั้งอุปกรณ์ผ่านแอป

④ ระวังสแกน QR Code ผิดตัว

Router หรือกล่องอาจมี QR Code มากกว่าหนึ่งแบบ

ตัวอย่างเช่น

  • Setup QR Code

  • QR Code สำหรับดาวน์โหลดแอป

  • Wi-Fi QR Code

  • QR Code ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ควรอ่านข้อความรอบ QR Code ว่าระบุว่า

Setup Code

หรือเกี่ยวข้องกับ Installation หรือไม่

หากสแกน QR Code สำหรับดาวน์โหลดแอปในหน้า Add Device แอปอาจแจ้งว่า Code ไม่ถูกต้อง

⑤ เปิด Camera Permission

ถ้าแตะ Scan แล้วกล้องไม่เปิด ให้ตรวจ Permission ของแอป

Android

เข้า

Settings → Apps → แอป D-Link → Permissions → Camera

แล้วเลือก Allow

iPhone

เข้า

Settings → Apps → แอป D-Link → Camera

แล้วเปิดสิทธิ์ Camera

จากนั้นปิดแอปแล้วเปิดใหม่

⑥ เช็ดเลนส์กล้องก่อนสแกน

เลนส์กล้องที่มี

  • ฝุ่น

  • คราบนิ้วมือ

  • น้ำมัน

  • รอยเปื้อน

อาจทำให้กล้องจับ QR Code ไม่ชัด

ใช้ผ้านุ่มเช็ดเลนส์แล้วลองใหม่

โดยเฉพาะโทรศัพท์ที่ใช้งานมานาน คราบเล็กน้อยบนเลนส์อาจทำให้ระบบ Focus QR Code ยากขึ้น

⑦ เพิ่มแสงบริเวณ QR Code

QR Code ควรมีแสงเพียงพอ

หลีกเลี่ยง

  • ห้องมืด

  • เงามือ

  • แสงสะท้อนแรง

  • Flash สะท้อนสติกเกอร์

  • แสงจากด้านหลังมากเกินไป

ใช้แสงธรรมชาติหรือไฟห้องที่กระจายสม่ำเสมอจะช่วยให้กล้องอ่าน Code ได้ง่ายกว่า

⑧ อย่าวางกล้องใกล้ QR Code เกินไป

หากถือโทรศัพท์ใกล้ QR Code มากเกินไป กล้องอาจ Focus ไม่ได้

ให้เริ่มจากระยะประมาณหนึ่งช่วงแขนสั้น ๆ แล้วค่อยขยับเข้าออกช้า ๆ จน QR Code ชัด

ต้องให้ QR Code ทั้งกรอบอยู่ภายในพื้นที่ Scan

ไม่ควรให้ขอบ Code ขาดออกนอกจอ

⑨ ถือโทรศัพท์ให้นิ่ง

QR Code ขนาดเล็กอาจอ่านยากเมื่อกล้องสั่น

วาง Router หรือ Setup Card บนโต๊ะ แล้วถือโทรศัพท์ให้นิ่ง

รอให้กล้อง Focus ก่อน

ไม่จำเป็นต้องเลื่อนกล้องไปมารวดเร็ว เพราะจะยิ่งทำให้ระบบจับ Code ยากขึ้น

⑩ QR Code มีรอยขีดหรือเลือนทำอย่างไร

หาก QR Code บน Router เสียหาย ให้ตรวจว่ามี Code อีกชุดบน

  • Quick Installation Card

  • กล่อง

  • เอกสาร Setup

หรือไม่

อุปกรณ์บางรุ่นให้ข้อมูล Setup ซ้ำไว้หลายตำแหน่งเพื่อใช้ในกรณีสติกเกอร์ตัวเครื่องเสียหาย

⑪ ถ่ายรูป QR Code แล้วใช้จากรูปได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับแอป

แอปบางตัวอนุญาตให้เลือกภาพจาก Gallery แต่บางตัวใช้ Camera Scan เท่านั้น

หากไม่มีตัวเลือกเลือกภาพ ไม่ควรพยายามใช้ Screenshot หรือ QR Reader อื่นเพื่อสร้าง Code ใหม่

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือใช้ Add Without QR Code หากแอปและรุ่นนั้นรองรับ

⑫ Add Without QR Code คืออะไร

D-Link บางระบบ เช่น AQUILA PRO AI มีตัวเลือกให้เพิ่ม Router โดยไม่ต้องสแกน QR Code

ในขั้นตอน Install New Device ผู้ใช้สามารถเลือก

Add Without QR Code

จากนั้นเลือก Model ด้วยตัวเองได้

นี่เป็นวิธีที่เหมาะมากเมื่อ

  • QR Code เลือน

  • สติกเกอร์หาย

  • กล้องสแกนไม่ได้

  • QR Code เสีย

⑬ D-Link Wi-Fi บางรุ่นเลือก Model เองได้หรือไม่

ได้ในอุปกรณ์บางรุ่น

คู่มือ D-Link สำหรับบางผลิตภัณฑ์ระบุว่า หากไม่มี Setup QR Code สามารถเลือก No หรือ Can’t find the Setup Code แล้วเลือก Model จากรายการได้

ดังนั้น QR Code ไม่ได้เป็นทางเดียวในการติดตั้ง D-Link ทุก Model

⑭ ถ้าไม่มีตัวเลือก Add Without QR Code ทำอย่างไร

ตรวจคู่มือของ Model ก่อน

บางรุ่นอาจให้ติดตั้งผ่าน

  • Web Admin

  • IP Address ของ Router

  • QRS Mobile

  • WPS

  • Manual Setup

ขึ้นอยู่กับอายุและ Product Family

อย่าพยายามใช้ขั้นตอนของ Router รุ่นอื่นโดยไม่ตรวจสอบ

⑮ Router รุ่นเก่าอาจใช้ QRS Mobile

D-Link รุ่นเก่าบางรุ่นใช้ QRS Mobile สำหรับตั้งค่า Router ผ่านสมาร์ตโฟน

D-Link ระบุว่า QRS Mobile ใช้สำหรับตั้งค่าเครือข่ายแบบทีละขั้นตอนจากโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต

ดังนั้นหาก Router รุ่นเก่าไม่มี Setup QR Code แบบรุ่นใหม่ ไม่ได้หมายความว่าเครื่องผิดปกติ

อาจเป็นเพียงระบบ Setup คนละยุค

⑯ ตรวจว่า App เป็นเวอร์ชันล่าสุด

เปิด

  • Google Play

  • App Store

แล้วตรวจว่ามี Update ของแอปหรือไม่

App Update อาจแก้ปัญหาเกี่ยวกับ

  • Camera

  • QR Scanner

  • Device Detection

  • Android Compatibility

  • iOS Compatibility

หลัง Update ควรปิดและเปิดแอปใหม่ก่อนลองสแกนอีกครั้ง

⑰ Restart แอป

ถ้ากล้องเปิดแต่สแกนไม่ตอบสนอง

  1. ปิดแอปออกจาก Recent Apps

  2. เปิดใหม่

  3. กลับเข้า Add Device

  4. เปิด QR Scanner

  5. ลองใหม่

บางครั้ง Camera Session ของแอปอาจค้าง

การ Restart แอปช่วยได้โดยไม่ต้อง Restart Router

⑱ Restart โทรศัพท์

ถ้า Camera Permission ถูกต้องแต่ Scanner ยังไม่ทำงาน ให้ Restart โทรศัพท์หนึ่งครั้ง

จากนั้นเปิด

Wi-Fi → แอป → Add Device → Scan QR Code

ใหม่ตามลำดับ

โดยเฉพาะหลังเพิ่งอัปเดต Android หรือ iOS การ Restart อาจช่วยให้ Camera Service ทำงานปกติ

⑲ ตรวจ Local Network Permission บน iPhone

แม้ว่ากล้องจะสแกน QR Code ได้ แต่หลังสแกน แอปยังต้องค้นหา Router ใน Local Network

บน iPhone ให้ตรวจ

Settings → Apps → แอป D-Link → Local Network

แล้วเปิด Permission นี้หากแอปร้องขอ

D-Link ระบุในขั้นตอน AQUILA PRO AI ว่าแอปอาจขอสิทธิ์ Notification, Location และ Local Network ก่อนติดตั้ง Router

⑳ Android ตรวจ Nearby Devices หรือ Location

Android Version ต่างกันอาจร้องขอ Permission ไม่เหมือนกัน

ตรวจ

Settings → Apps → แอป D-Link → Permissions

แล้วอนุญาตสิทธิ์ที่แอปต้องใช้ เช่น

  • Nearby Devices

  • Location

  • Camera

การสแกน QR Code สำเร็จไม่ได้หมายความว่า Setup จะสำเร็จ หากแอปไม่มี Permission สำหรับค้นหา Router ต่อจากนั้น

㉑ ปิด VPN ชั่วคราว

VPN ไม่ได้ทำให้กล้องอ่าน QR Code ไม่ได้โดยตรง แต่หลังสแกนเสร็จอาจรบกวนการค้นหา Router หรือการเชื่อมต่อ Cloud

ดังนั้นระหว่าง Setup ควรลองปิด VPN ชั่วคราว

แล้วเปิดแอปใหม่

㉒ โทรศัพท์ต้องเชื่อม Wi-Fi ของ Router หรือไม่

ขึ้นอยู่กับขั้นตอนของรุ่นนั้น

หลังสแกน Setup Code แอปอาจขอให้โทรศัพท์เชื่อม Wi-Fi ที่ Router ปล่อยออกมา

หากขึ้นหน้าขอเชื่อม Network ให้ทำตามคำแนะนำ

อย่าสลับไป Wi-Fi เครื่องอื่นกลาง Setup

㉓ Android สลับไป Mobile Data เองต้องทำอย่างไร

Router ใหม่อาจยังไม่มี Internet

Android จึงอาจพยายามใช้ Mobile Data แทน

หาก Setup หลุด ให้ลองปิด Mobile Data ชั่วคราว แล้วใช้เฉพาะ Wi-Fi ของ Router จนขั้นตอน Local Setup เสร็จ

หลัง Router มี Internet แล้วค่อยเปิด Mobile Data กลับ

㉔ QR Code สแกนได้แต่ขึ้น Invalid Code

ให้ตรวจว่าใช้ QR Code ถูกประเภทหรือไม่

จากนั้นตรวจ

  • App ตรงรุ่นหรือไม่

  • Router Model ถูกหรือไม่

  • Setup Code เป็นของ Router เครื่องนี้หรือไม่

  • App Version ใหม่หรือไม่

อย่าใช้ QR Code จาก Router อีกเครื่อง แม้เป็น Model เดียวกัน เพราะ Setup Information อาจเป็นข้อมูลเฉพาะอุปกรณ์

㉕ สแกน Code ของกล่องแทนตัว Router ได้หรือไม่

ใช้ได้เฉพาะเมื่อ D-Link ระบุว่า Code บนกล่องหรือ Setup Card เป็น Setup Code ของอุปกรณ์นั้น

ไม่ใช่ QR Code ทุกตัวบนกล่องจะใช้สำหรับ Add Device

บางตัวอาจเป็นข้อมูล Product หรือ URL เท่านั้น

จึงควรอ่านข้อความกำกับ Code เสมอ

㉖ QR Code หายทั้งหมดทำอย่างไร

หากทั้งสติกเกอร์และ Setup Card หาย ให้ตรวจว่าแอปมี

Add Without QR Code

หรือ

Can’t find the Setup Code

หรือไม่

หากมี ให้เลือก Model ด้วยตัวเอง

ถ้าไม่มี ให้ดูคู่มือของ Router ว่ารองรับ Manual Setup ผ่าน Web Admin หรือวิธีอื่นหรือไม่

㉗ อย่าสร้าง QR Code ขึ้นมาเอง

ไม่ควรนำ

  • Serial Number

  • MAC Address

  • Wi-Fi Password

  • Model

ไปสร้าง QR Code เองแล้วลองสแกน

Setup Code อาจใช้รูปแบบข้อมูลเฉพาะที่แอปต้องการ

การสร้าง Code เองจึงไม่ได้หมายความว่าแอปจะยอมรับ

㉘ Router มือสอง QR Code ใช้ได้หรือไม่

QR Code ทางกายภาพอาจยังสแกนได้ แต่ Router อาจมีปัญหาอื่น เช่น

  • ยังผูกกับ Account เดิม

  • Configuration เดิมยังอยู่

  • ไม่อยู่ใน Setup Mode

ดังนั้นหากสแกนสำเร็จแต่ Add Device ไม่ได้ ต้องตรวจ Device Binding และ Account ต่อ

อย่าโทษ QR Code ทันที

㉙ Factory Reset ช่วยเรื่อง QR Code หรือไม่

Factory Reset ไม่ได้ทำให้ QR Code ที่เลือนกลับมาอ่านได้

แต่ Reset อาจช่วยให้ Router กลับเข้าสู่สถานะ Setup ในกรณีที่ Configuration เดิมขัดขวางการติดตั้ง

ดังนั้น Factory Reset ควรใช้เมื่อปัญหาอยู่ที่ Router Setup ไม่ใช่เพียงกล้องสแกน Code ไม่ได้

㉚ ก่อน Factory Reset ต้องเตรียมข้อมูล

หากจำเป็นต้อง Reset ให้เตรียม

  • PPPoE Username

  • PPPoE Password

  • VLAN

  • Wi-Fi Name

  • Wi-Fi Password

  • DNS

  • Configuration สำคัญ

เพราะ Reset จะล้างค่าของ Router

อย่าทำเพื่อแก้ QR Code โดยไม่มีเหตุผลเกี่ยวกับ Configuration

㉛ ลองโทรศัพท์อีกเครื่อง

ถ้ากล้องเครื่องแรกสแกนไม่ได้ ให้ลองโทรศัพท์อีกเครื่อง

หากเครื่องที่สองอ่าน QR Code ได้ แสดงว่าปัญหาอาจอยู่ที่

  • กล้อง

  • Focus

  • Permission

  • App

  • ระบบโทรศัพท์เครื่องแรก

วิธีนี้ง่ายและช่วยแยกปัญหาได้เร็วมาก

㉜ ใช้กล้องหลังแทนกล้องหน้า

QR Scanner ของแอปควรใช้กล้องหลัง

หากระบบเลือกกล้องผิดหรือกล้องหลังมีปัญหา ให้ตรวจว่าแอปมีปุ่มสลับ Camera หรือไม่

กล้องหลังโดยทั่วไป Focus QR Code ได้ดีกว่ากล้องหน้า

㉝ กระจกกันรอยกล้องมีผลหรือไม่

มีได้

หากเลนส์กล้องมี

  • กระจกกันรอยแตก

  • ฝ้า

  • รอยขีด

  • แสงสะท้อน

QR Scanner อาจ Focus ไม่สำเร็จ

ลองใช้กล้องปกติถ่ายข้อความใกล้ ๆ หากภาพเบลอผิดปกติ ปัญหาอาจอยู่ที่กล้องมากกว่า QR Code

㉞ เมื่อสแกนสำเร็จแล้วต้องทำอะไรต่อ

หลังแอปอ่าน QR Code ได้ ให้ทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ

โดยทั่วไปอาจเป็น

เลือก Router → เชื่อมอุปกรณ์ → ตั้ง Internet → ตั้ง Wi-Fi → สร้าง Admin Password → บันทึกการตั้งค่า

ขั้นตอนจริงแตกต่างกันตาม Product Family

ไม่ควรปิดแอประหว่าง Setup หากยังไม่เสร็จ

㉟ สแกนสำเร็จแต่หา Router ไม่พบ

นี่เป็นคนละปัญหากับ QR Scanner

หาก Code อ่านได้แล้ว แต่ Device Not Found ให้ตรวจ

  • Router เปิดหรือไม่

  • Boot เสร็จหรือยัง

  • อยู่ใกล้ Router หรือไม่

  • Local Network Permission

  • Nearby Devices

  • Bluetooth หากแอปร้องขอ

  • Wi-Fi ถูกเครือข่ายหรือไม่

อย่าสแกน QR Code ซ้ำอย่างเดียว เพราะ Code อาจทำงานถูกต้องแล้ว

㊱ สแกนได้แต่ Setup Failed

หาก QR Code ผ่านแต่ Setup Failed ในภายหลัง ให้ตรวจ

  • WAN

  • Internet

  • Account

  • Wi-Fi

  • Firmware

  • Device Binding

Error นี้ไม่ได้หมายความว่า QR Code มีปัญหา

ต้องดูว่าล้มเหลวในขั้นตอนไหน

㊲ ลำดับแก้ปัญหาที่เร็วที่สุด

หากสแกน QR Code Router D-Link ไม่ได้ ให้ทำตามลำดับนี้

เช็ก App → เช็ก Model → หา Setup QR Code ที่ถูกต้อง → เปิด Camera Permission → เช็ดเลนส์ → เพิ่มแสง → ปรับระยะ → Update App → Restart App → ทดลองโทรศัพท์อีกเครื่อง → ใช้ Add Without QR Code หากรองรับ

อย่าเริ่มจาก Factory Reset Router

㊳ จุดสำคัญที่ควรจำ

สำหรับผู้อ่าน comsiam มี 3 จุดที่สำคัญที่สุด

QR Code ต้องเป็น Setup Code ที่ถูกตัว

แอปต้องตรงกับ Router Model

หาก QR Code ใช้ไม่ได้ ให้ตรวจว่ามี Manual Add หรือ Add Without QR Code หรือไม่

เพราะ Router บางรุ่นสามารถติดตั้งต่อได้โดยไม่ต้องใช้ QR Code เลย

สรุป

หากสแกน QR Code Router D-Link ไม่ได้ ให้เริ่มจากตรวจว่าใช้ Setup QR Code ที่ถูกต้องและใช้แอปตรงกับ Router Model

จากนั้นเปิด Camera Permission เช็ดเลนส์ เพิ่มแสง ปรับระยะ และอัปเดตแอปก่อน

D-Link มีอุปกรณ์หลายรุ่นที่อนุญาตให้ข้าม QR Code ได้ เช่นเลือก Add Without QR Code หรือ Can’t find the Setup Code แล้วเลือก Model ด้วยตัวเอง ดังนั้น QR Code เสียหรือหายไม่ได้หมายความว่าจะติดตั้ง Router ต่อไม่ได้เสมอไป

หลักที่ comsiam แนะนำคือ “สแกนไม่ได้ อย่า Reset ก่อน ให้หาวิธี Manual Add ก่อน” เพราะปัญหากล้องหรือ QR Code ไม่จำเป็นต้องแก้ด้วยการล้างค่าทั้ง Router

Popular posts from this blog

TP-Link TL-MR100 Setup Guide – วิธีติดตั้งและตั้งค่า Router ใส่ซิม 4G ใช้งานจริง ตั้งค่าเน็ตมือถือให้ปล่อย Wi-Fi ได้ทันที แบบละเอียดทุกขั้นตอน

คอมพิวเตอร์เปิดแล้วดับเอง เกิดจากอะไร

คอมพิวเตอร์มองไม่เห็นฮาร์ดดิสก์หรือ SSD แก้ยังไง