วิธีตรวจสอบ Packet Loss เมื่อใช้ Router D-Link

 หากใช้งาน Router D-Link แล้วพบว่า เกมกระตุก เสียงคุยขาด ๆ หาย ๆ Video Call สะดุด หรืออินเทอร์เน็ตเหมือนหลุดเป็นช่วงสั้น ๆ ทั้งที่ Speed Test ยังได้ความเร็วสูง ปัญหาอาจเกิดจาก Packet Loss

Packet Loss คือการที่ข้อมูลบางส่วนถูกส่งออกไปแล้วไม่ถึงปลายทางหรือไม่ได้รับคำตอบกลับ ปัญหานี้แตกต่างจากอินเทอร์เน็ตช้า เพราะแม้ Download Speed จะสูง แต่หาก Packet หายเป็นระยะ การใช้งานแบบ Real-Time ก็สามารถกระตุกได้อย่างชัดเจน

วิธีตรวจที่ถูกต้องคือทดสอบจาก เครื่อง → Router D-Link → Internet เพื่อหาว่า Packet เริ่มหายตั้งแต่ส่วนไหน

① Packet Loss คืออะไร

ข้อมูลบน Network ถูกแบ่งออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Packet

เมื่อส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ไปยัง Router และ Internet โดยทั่วไปควรได้รับข้อมูลครบตามที่ระบบต้องการ

ถ้าบาง Packet หายไป เรียกว่า

Packet Loss

ตัวอย่างเช่น

ส่ง 100 Packet

ได้รับกลับ 98 Packet

เท่ากับมี Packet Loss ประมาณ 2%

② Packet Loss มีอาการอย่างไร

อาการที่พบได้ เช่น

  • เกมกระตุก

  • ตัวละครวาร์ป

  • Ping แกว่ง

  • Voice Chat ขาด

  • Video Call เสียงหาย

  • ภาพประชุมออนไลน์แตก

  • Streaming สะดุด

  • Remote Desktop หน่วง

  • Download บางช่วงหยุด

  • Internet เหมือนหลุดไม่กี่วินาที

บางครั้ง Speed Test ยังดูปกติ จึงต้องตรวจ Packet Loss แยกต่างหาก

③ Packet Loss 0% ดีที่สุดหรือไม่

โดยทั่วไปใช่

สำหรับการทดสอบ Network ที่เสถียร ควรได้ Packet Loss ใกล้

0%

โดยเฉพาะระหว่าง Client กับ Router ภายในบ้าน

หาก Ping Router D-Link โดยตรงแล้วยังมี Packet Loss แสดงว่าควรตรวจ Local Network ก่อน ISP

④ Packet Loss 1% เยอะไหม

ขึ้นอยู่กับงาน

สำหรับการเปิดเว็บไซต์ทั่วไปอาจแทบไม่รู้สึก

แต่สำหรับ

  • เกมออนไลน์

  • Voice Call

  • Video Call

  • Remote Desktop

Packet Loss 1% ที่เกิดอย่างต่อเนื่องสามารถเริ่มสร้างผลกระทบได้

จึงควรหาสาเหตุหากเกิดซ้ำเป็นประจำ

⑤ Packet Loss 5% ถือว่าผิดปกติหรือไม่

ถือว่าสูงสำหรับการใช้งานทั่วไป

อาจทำให้

  • เสียงขาด

  • เกมกระตุก

  • Video Call ค้าง

  • Connection ต้องส่งข้อมูลซ้ำ

หากวัดได้ประมาณ 5% หรือมากกว่า ควรเริ่มตรวจทันทีว่า Packet หายตั้งแต่ Local Network หรือหลังออก Internet

⑥ วิธีตรวจ Packet Loss บน Windows

เปิด Command Prompt

จากนั้นใช้คำสั่ง Ping หลายครั้ง เช่น

ping 192.168.0.1 -n 100

โดยเปลี่ยน IP ให้ตรงกับ Default Gateway ของ D-Link

Windows จะส่ง 100 Packet แล้วสรุป

  • Sent

  • Received

  • Lost

  • Loss %

ทำให้เห็น Packet Loss ได้ง่าย

⑦ หา IP Router D-Link ก่อน

บน Windows พิมพ์

ipconfig

แล้วดู

Default Gateway

ตัวอย่างเช่น

192.168.0.1

หรือ

192.168.1.1

นี่คือ IP ที่ควร Ping ก่อน

ไม่ควรเดา IP เพราะ Router อาจเคยถูกเปลี่ยน LAN Address แล้ว

⑧ ขั้นแรกต้อง Ping Router ก่อน

ใช้คำสั่งตัวอย่าง

ping 192.168.0.1 -n 100

หากผลเป็น

Lost = 0

แสดงว่าในช่วงทดสอบ Connection ระหว่างคอมพิวเตอร์กับ Router ค่อนข้างปกติ

ถ้ามี Loss ตั้งแต่จุดนี้ ให้แก้

  • Wi-Fi

  • LAN

  • Router

ก่อนตรวจ ISP

⑨ ถ้า Ping Router มี Packet Loss หมายความว่าอะไร

แสดงว่าปัญหาเกิดขึ้นใน Local Network หรือ Router อาจไม่ตอบ ICMP อย่างสม่ำเสมอ

ควรตรวจ

  • Signal Wi-Fi

  • Noise

  • Channel

  • LAN Cable

  • Port

  • Router Load

  • Mesh

  • Repeater

หากต่อ LAN โดยตรงแล้วยัง Loss ค่อยตรวจ Router เพิ่ม

⑩ ขั้นที่สอง Ping Internet

หลังจาก Router Ping ปกติ ให้ทดสอบ Public IP

ตัวอย่าง

ping 1.1.1.1 -n 100

หรือ

ping 8.8.8.8 -n 100

จากนั้นดู Packet Loss

ถ้า Router 0% แต่ Internet มี Loss ปัญหาน่าจะเกิดหลัง D-Link

⑪ Router 0% แต่ Internet Loss หมายความว่าอะไร

กรณีนี้มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับ

  • WAN

  • สายจาก Router ไป ONT

  • ONT/Modem

  • ISP

  • Network Congestion

  • Routing

ควรตรวจ WAN Status และ System Log ต่อ

ไม่ควรเริ่มจากเปลี่ยน Wi-Fi Channel เพราะ Local Connection ผ่าน Router ยังปกติ

⑫ Ping Domain เพื่อเช็ก DNS ด้วยหรือไม่

สามารถใช้

ping google.com -n 100

ได้

แต่ Packet Loss กับ DNS เป็นคนละเรื่อง

ถ้า

ping 1.1.1.1

ทำงาน แต่ Domain หาไม่เจอ อาจเป็น DNS Problem มากกว่า Packet Loss

จึงควรแยกสองปัญหานี้ออกจากกัน

⑬ วิธีตรวจ Packet Loss แบบต่อเนื่อง

ใช้

ping 192.168.0.1 -t

สำหรับ Router

และเปิดอีกหน้าต่างใช้

ping 1.1.1.1 -t

สำหรับ Internet

ปล่อยไว้จนเกิดอาการ

จากนั้นกด

Ctrl + C

เพื่อหยุดและดู Summary

วิธีนี้เหมาะมากกับปัญหาที่เกิดเป็นช่วง ๆ

⑭ เปิด Ping สองหน้าต่างช่วยอย่างไร

หน้าต่างแรกตรวจ Local Network

หน้าต่างที่สองตรวจ Internet

เมื่อเกิดอาการ ให้ดูว่า

ทั้งสอง Timeout

มีแนวโน้มว่า Local Network หรือ Router มีปัญหา

Router ตอบ แต่ Internet Timeout

มีแนวโน้มว่า WAN หรือ ISP มีปัญหา

วิธีนี้ช่วยแยกต้นเหตุได้เร็วมาก

⑮ Packet Loss ผ่าน Wi-Fi แต่ LAN ปกติ

หาก

Wi-Fi → Router มี Loss

แต่

LAN → Router = 0%

ปัญหาน่าจะอยู่ที่ระบบ Wireless

ควรตรวจ

  • Signal

  • Noise

  • SNR

  • Channel

  • Interference

  • ระยะห่าง

  • Mesh Backhaul

ก่อนแก้ WAN

⑯ Signal อ่อนทำให้ Packet Loss ได้หรือไม่

ได้

เมื่อ Signal อ่อน Receiver อาจรับข้อมูลไม่ครบและต้องส่งใหม่

อาการมักหนักขึ้นเมื่อ

  • อยู่ไกล Router

  • มีกำแพงหลายชั้น

  • อยู่คนละชั้น

  • มีโลหะกั้น

  • ใช้ 5 GHz ไกลเกินไป

ลองย้ายเข้าใกล้ Router แล้วทดสอบใหม่

⑰ Signal แรงแต่ยัง Packet Loss ได้หรือไม่

ได้

เพราะ Signal แรงไม่ได้หมายความว่า Channel สะอาด

สาเหตุอาจเป็น

  • Noise สูง

  • Channel แออัด

  • Interference

  • Client จำนวนมาก

  • Router Load สูง

ดังนั้นต้องดู Signal, Noise และ SNR ร่วมกัน

⑱ 2.4 GHz มี Packet Loss มากกว่า 5 GHz ได้หรือไม่

เป็นไปได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี Wi-Fi จำนวนมาก

2.4 GHz มี Channel ใช้งานจำกัดและมักแออัดกว่า

ทดลองสลับไป 5 GHz หาก Client และ Router รองรับ

ถ้า Loss ลดลงมาก อาจเกี่ยวข้องกับ Interference บน 2.4 GHz

⑲ 5 GHz มี Packet Loss เมื่ออยู่ไกลได้หรือไม่

ได้

5 GHz ให้ความเร็วสูง แต่โดยทั่วไปสูญเสียสัญญาณผ่านผนังเร็วกว่า 2.4 GHz

ถ้าอยู่ไกล Router มาก อาจพบ

  • Signal ต่ำ

  • Retransmission

  • Packet Loss

  • Roaming

ลองย้ายใกล้ Routerหรือเปลี่ยนไป 2.4 GHz เพื่อเปรียบเทียบ

⑳ เปลี่ยน Wi-Fi Channel ช่วยได้หรือไม่

ช่วยได้หากต้นเหตุคือ Channel แออัดหรือ Interference

ควรวัดก่อนและหลังเปลี่ยน

ตัวอย่าง

ก่อนเปลี่ยน Channel

Packet Loss = 4%

หลังเปลี่ยน Channel

Packet Loss = 0%

จึงมีหลักฐานว่า Channel เดิมอาจมีปัญหา

ไม่ควรเปลี่ยน Channel แบบสุ่มโดยไม่ทดสอบผล

㉑ Auto Channel ดีหรือไม่

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Auto Channel ใช้งานสะดวก

แต่ในพื้นที่ Wi-Fi หนาแน่น Router อาจไม่ได้เลือก Channel ที่ดีที่สุดตลอดเวลา

หากมี Packet Loss ซ้ำ ๆ ควรตรวจ Channel Usage เพิ่ม

ในระบบธุรกิจ การออกแบบ Channel Plan อาจให้ผลดีกว่า Auto อย่างเดียว

㉒ Mesh Backhaul ทำให้ Packet Loss ได้หรือไม่

ได้

ถ้า Client เชื่อมกับ Mesh Node แต่ Node มี Backhaul ไป Main Router ที่อ่อน Packet สามารถหายระหว่าง Node กับ Main Router

ทดลองเชื่อม Main Router โดยตรง

ถ้า Loss หาย ให้ตรวจตำแหน่ง Mesh Node

ควรวาง Node ในจุดที่ยังรับสัญญาณจาก Main Router ได้ดี

㉓ Repeater ทำให้ Packet Loss ได้หรือไม่

เป็นไปได้

โดยเฉพาะถ้า Repeater ถูกวางตรงจุดที่สัญญาณต้นทางอ่อนมาก

Repeater ไม่สามารถสร้าง Connection ต้นทางที่ดีขึ้นจากสัญญาณที่แทบใช้ไม่ได้

ควรย้าย Repeater เข้าใกล้ Router แล้วทดสอบใหม่

㉔ Packet Loss ผ่านสาย LAN ต้องตรวจอะไร

หากต่อสายโดยตรงแล้วยัง Loss ให้ตรวจ

  • สาย LAN

  • หัว RJ45

  • Port LAN

  • Network Card

  • Duplex/Link Speed

  • Router Load

  • IP Conflict

ลองเปลี่ยนสายและพอร์ตเพื่อแยกปัญหา

㉕ สาย LAN เสียทำให้ Packet Loss ได้หรือไม่

ได้

สายที่มีปัญหาอาจยัง Link ได้ แต่เกิด Error ระหว่างส่งข้อมูล

อาการ เช่น

  • Ping หลุด

  • Speed แกว่ง

  • Negotiation ลดลง

  • Connection หลุดสั้น ๆ

ลองเปลี่ยนเป็นสายที่มั่นใจว่าใช้งานได้ปกติ

㉖ ตรวจ Port LAN อย่างไร

ย้ายสายไปพอร์ตอื่นของ D-Link

จากนั้น Ping Router 100 ครั้งอีกครั้ง

ถ้าพอร์ตหนึ่งมี Loss แต่พอร์ตอื่นปกติ อาจต้องตรวจพอร์ตเดิมเพิ่มเติม

แต่ต้องใช้สายและคอมพิวเตอร์ตัวเดิมในการเปรียบเทียบเพื่อให้ผลมีความหมาย

㉗ WAN Cable ทำให้ Packet Loss Internet ได้หรือไม่

ได้

หากสายระหว่าง

ONT/Modem → D-Link WAN

มีปัญหา Local Ping อาจปกติ แต่ Internet Ping มี Loss

ลองเปลี่ยนสาย WAN แล้วทดสอบใหม่

พร้อมดู WAN Log ว่ามี Link Up/Down หรือไม่

㉘ ONT หรือ Modem ทำให้ Loss ได้หรือไม่

ได้

หาก Router Ping 0% แต่ Internet Loss เกิดทุกอุปกรณ์ อาจต้องตรวจอุปกรณ์ต้นทาง

ดู

  • ONT Power

  • PON

  • LOS

  • Ethernet Link

  • Temperature

ถ้ามี LOS หรือ Link ผิดปกติ ควรแก้ฝั่ง ISP มากกว่า Router D-Link

㉙ ISP ทำให้ Packet Loss ได้หรือไม่

ได้

หาก Local Network ปกติแต่ Packet เริ่มหายหลังออกจาก Router ปัญหาอาจอยู่ที่

  • Access Network

  • ISP Congestion

  • Routing

  • Peering

ควรเก็บหลักฐาน

  • Ping

  • Traceroute

  • เวลา

  • WAN Status

ก่อนแจ้ง ISP

㉚ ใช้ Traceroute ร่วมกับ Packet Loss อย่างไร

Traceroute ช่วยดูว่าเส้นทางผ่าน Hop ใด

แต่ไม่ควรเห็น Hop หนึ่งไม่ตอบแล้วสรุปว่า Hop นั้นทำ Packet Loss ทันที

Router ระหว่างทางบางตัวลด Priority ของ ICMP

ให้ดูว่าความผิดปกติเริ่มจาก Hop ใดและส่งผลต่อ Hop ถัด ๆ ไปจนถึงปลายทางหรือไม่

* * * ใน Traceroute เท่ากับ Packet Loss หรือไม่

ไม่จำเป็น

* * * อาจหมายถึง Hop นั้นไม่ตอบ Traceroute Probe

แต่ยัง Forward Traffic ต่อได้

หาก Hop หลังจากนั้นและปลายทางยังตอบปกติ ไม่ควรสรุปว่า Packet หายตรงจุดนั้น

ต้องดูปลายทางและ Ping จริงประกอบ

㉜ Upload เต็มทำให้ Packet Loss ได้หรือไม่

ได้ในบางสถานการณ์

เช่นกำลัง

  • Backup Cloud

  • Upload Video

  • Torrent

  • ส่งไฟล์ใหญ่

  • มีกล้อง Upload จำนวนมาก

Queue อาจแน่นจน Latency สูงและ Packet ถูก Drop

หยุด Upload ชั่วคราวแล้วทดสอบ Ping ใหม่

㉝ Download เต็มมีผลหรือไม่

มีได้

ถ้า Connection ถูกใช้งานเต็ม ความหน่วงและ Queue สามารถเพิ่มขึ้น

ลองหยุด Download หนัก ๆ แล้วทดสอบ Packet Loss เปรียบเทียบ

หากดีขึ้นมาก อาจต้องตรวจ QoS หรือ Bandwidth Management

㉞ Bufferbloat ต่างจาก Packet Loss อย่างไร

Bufferbloat คือการที่ Queue เก็บ Packet ไว้นานเกินไปเมื่อ Connection เต็ม

อาการหลักคือ Ping สูงมากภายใต้โหลด

Packet Loss คือ Packet หายไป

สองอย่างสามารถเกิดร่วมกันได้ แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ดังนั้นควรดูทั้ง

  • Latency

  • Packet Loss

  • Traffic Load

พร้อมกัน

㉟ QoS ช่วยลด Packet Loss ได้หรือไม่

อาจช่วยได้หากปัญหาเกิดจาก Congestion ใน Network ของคุณ

QoS สามารถจัดลำดับ Traffic เช่น

  • Game

  • Voice

  • Video Call

ให้ได้รับ Priority สูงกว่า Download ทั่วไป

แต่ QoS ไม่สามารถแก้สายเสียหรือปัญหา ISP ได้

ต้องหาต้นเหตุก่อนเปิด Feature เพิ่ม

㊱ Router CPU สูงทำให้ Loss ได้หรือไม่

ได้

ถ้า Router ประมวลผล Traffic เกินกำลัง อาจเกิด

  • Latency สูง

  • Packet Drop

  • Admin ช้า

  • Throughput ลด

Feature ที่ใช้ Resource เช่น QoS, VPN, Parental Control หรือ Traffic Analysis อาจเพิ่มภาระ

ลองลด Traffic แล้วทดสอบเปรียบเทียบ

㊲ Client เยอะเกินไปมีผลหรือไม่

มีได้ โดยเฉพาะ Wi-Fi

Client จำนวนมากต้องแบ่ง Airtime กัน

ยิ่งมี Traffic พร้อมกันมาก ความแออัดยิ่งสูง

ไม่ได้หมายความว่าการเชื่อมต่อ Client จำนวนมากจะทำให้ Loss เสมอไป แต่ต้องพิจารณาความสามารถของ Router รุ่นนั้นด้วย

㊳ Router ร้อนทำให้ Packet Loss ได้หรือไม่

เป็นไปได้หากความร้อนส่งผลต่อ Stability

ควรวาง Router

  • ในที่อากาศถ่ายเท

  • ไม่ถูกแดด

  • ไม่วางบนอุปกรณ์ร้อน

  • ไม่ปิดช่องระบายอากาศ

หาก Packet Loss เกิดพร้อม Router Restart หรืออุณหภูมิสูงผิดปกติ ควรตรวจ Hardware เพิ่ม

㊴ Adapter ไฟไม่เสถียรมีผลหรือไม่

มี

หาก Adapter ทำให้ Router ทำงานไม่เสถียร อาจเกิด

  • Restart

  • Link Drop

  • Wi-Fi หลุด

  • Packet Loss

ตรวจ Voltage และ Current ให้ตรงกับที่อุปกรณ์กำหนด

อย่าใช้ Adapter คนละ Voltage

㊵ Firmware มีผลต่อ Packet Loss หรือไม่

เป็นไปได้

Firmware Bug อาจเกี่ยวข้องกับ

  • Wi-Fi Driver

  • NAT

  • QoS

  • Mesh

  • WAN Stability

หาก Loss เกิดหลัง Firmware Update ให้ตรวจ Release Notes และทดสอบ LAN/Wi-Fi เพื่อแยกสาเหตุ

อย่า Downgrade แบบสุ่มโดยไม่ตรวจ Model และ Hardware Revision

㊶ Restart Router ช่วยหรือไม่

ถ้า Packet Loss เพิ่งเกิดและ Router เปิดต่อเนื่องมานาน สามารถ Restart แบบปกติเพื่อทดสอบ

ถ้าหลัง Restart Loss หาย แต่กลับมาอีกภายหลัง ควรตรวจ

  • Firmware

  • Router Load

  • Memory

  • Temperature

ไม่ควรแก้ด้วยการ Restart ทุกวันโดยไม่หาต้นเหตุ

㊷ Factory Reset ควรทำหรือไม่

ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก

ก่อน Reset ให้ตรวจ

LAN/Wi-Fi → Ping Router → WAN → สาย → ONT → ISP → Firmware

Factory Reset ไม่สามารถซ่อมสายเสียหรือ Packet Loss จาก ISP ได้

และยังล้าง Configuration ที่ตั้งไว้ทั้งหมด

㊸ Packet Loss เกิดเฉพาะเครื่องเดียว

ถ้าเครื่องอื่นปกติ ให้ตรวจ Client เครื่องนั้น

เช่น

  • Wi-Fi Adapter

  • Driver

  • VPN

  • Firewall

  • Power Saving

  • Network Profile

อย่ารีบแก้ Router ทั้งระบบ

โดยเฉพาะหาก Client อื่น Ping Router 0% Loss

㊹ Packet Loss เกิดทุกเครื่องพร้อมกัน

กรณีนี้ควรตรวจ Router หรือ WAN มากขึ้น

ลองทดสอบจากทั้ง

  • LAN

  • Wi-Fi

  • โทรศัพท์

  • คอมพิวเตอร์

ถ้าทุกเครื่องมี Loss ไป Internet แต่ Local Router ยัง 0% ให้เน้น WAN/ISP

㊺ เกมมี Packet Loss แต่ Ping ทั่วไป 0%

เป็นไปได้

Server เกมอาจอยู่คนละเส้นทางกับ Public IP ที่ใช้ Ping

อาจมีปัญหา

  • Routing ไป Server เกม

  • Server เกม

  • Peering

  • UDP Traffic

ควรทดสอบปลายทางที่ใกล้เคียงกับบริการจริงเมื่อสามารถทำได้

อย่าสรุปว่า Router เสียจากเกมเพียงเกมเดียว

㊻ Video Call กระตุกแต่ Speed Test เร็ว

นี่เป็นเหตุผลที่ควรตรวจ Packet Loss และ Jitter

Speed Test วัด Throughput เป็นหลัก

แต่ Video Call ต้องการ

  • Latency ต่ำ

  • Jitter ต่ำ

  • Packet Loss ต่ำ

Connection 500 Mbps ที่มี Loss สามารถให้ประสบการณ์แย่กว่า Connection 100 Mbps ที่นิ่ง

㊼ ควรทดสอบ Packet Loss นานแค่ไหน

ถ้าปัญหาเกิดตลอด 100 Packet อาจเพียงพอสำหรับตรวจเบื้องต้น

แต่ถ้าหลุดเป็นช่วง ๆ ควรใช้ Continuous Ping นานพอให้ครอบคลุมช่วงที่ปัญหามักเกิด

ไม่จำเป็นต้องส่ง Packet ความถี่สูงผิดปกติ

Ping มาตรฐานเพียงพอสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

㊽ วิธีเก็บหลักฐาน Packet Loss

เก็บ

  • Screenshot

  • วันที่

  • เวลา

  • Packet Loss %

  • Ping Router

  • Ping Internet

  • Traceroute

  • WAN Status

หากต้องแจ้ง ISP ข้อมูลเหล่านี้ช่วยอธิบายปัญหาได้ชัดเจนกว่าเพียงบอกว่า “เน็ตหลุด”

㊾ ตัวอย่างที่ปัญหาอยู่ใน Wi-Fi

สมมติ

Wi-Fi → Router = 8% Loss

LAN → Router = 0% Loss

LAN → Internet = 0% Loss

สรุปเบื้องต้นได้ว่า WAN และ ISP น่าจะปกติในช่วงทดสอบ แต่ Wireless มีปัญหา

ควรตรวจ Signal, Noise และ Channel ต่อ

㊿ ตัวอย่างที่ปัญหาอาจอยู่ฝั่ง WAN

สมมติ

LAN → Router = 0%

LAN → Internet = 7%

Wi-Fi → Router = 0%

อุปกรณ์หลายเครื่องมีอาการเหมือนกัน

กรณีนี้ควรตรวจ WAN Cable, ONT, ISP และ System Log มากกว่า Wi-Fi

㉑ วิธีตรวจแบบเร็วสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

ให้ทำ 3 การทดสอบ

ทดสอบ 1

ping Default-Gateway -n 100

ทดสอบ 2

ping 1.1.1.1 -n 100

ทดสอบ 3

ทดสอบซ้ำผ่านสาย LAN

ถ้า Loss เกิดเฉพาะ Wi-Fi ให้แก้ Wireless

ถ้า LAN และ Wi-Fi ปกติถึง Router แต่ Loss ออก Internet ให้ตรวจ WAN/ISP

㉒ ลำดับแก้ Packet Loss ที่แนะนำ

ใช้ลำดับนี้

Ping Router → Ping Internet → ทดสอบ LAN → ทดสอบ Wi-Fi → ตรวจ Signal/Noise → ตรวจสาย WAN → ตรวจ ONT → ดู System Log → Traceroute → Firmware → ISP

ลำดับนี้ช่วยป้องกันการแก้ผิดจุด

สำหรับผู้อ่าน comsiam จุดสำคัญที่สุดคือแยก Local Packet Loss ออกจาก Internet Packet Loss ให้ได้ก่อน

สรุป

วิธีตรวจสอบ Packet Loss เมื่อใช้ Router D-Link ที่ง่ายและแม่นที่สุดคือเริ่มจาก Ping Router ก่อน แล้วค่อย Ping ออก Internet

หาก

Ping Router มี Loss
ให้ตรวจ Wi-Fi, LAN, Mesh และตัว Router

หาก

Ping Router 0% แต่ Internet มี Loss
ให้ตรวจ WAN, สายจาก ONT, ISP และ Routing

ถ้า Wi-Fi มี Loss แต่ LAN ไม่มี ให้เน้น Signal, Noise, Channel และ Interference

ไม่ควรดู Speed Test เพียงอย่างเดียว เพราะ Connection สามารถมีความเร็วสูงแต่ Packet Loss สูงได้เช่นกัน โดยเฉพาะเกมออนไลน์ Voice Chat และ Video Call

หลักที่ comsiam แนะนำคือ “Packet Loss ต้องหาว่าหายก่อน Router หรือหลัง Router” เพราะเมื่อระบุจุดได้แล้ว วิธีแก้จะชัดเจนขึ้นมาก และไม่ต้อง Reset หรือเปลี่ยนอุปกรณ์แบบเดาสาเหตุ

Popular posts from this blog

TP-Link TL-MR100 Setup Guide – วิธีติดตั้งและตั้งค่า Router ใส่ซิม 4G ใช้งานจริง ตั้งค่าเน็ตมือถือให้ปล่อย Wi-Fi ได้ทันที แบบละเอียดทุกขั้นตอน

คอมพิวเตอร์เปิดแล้วดับเอง เกิดจากอะไร

คอมพิวเตอร์มองไม่เห็นฮาร์ดดิสก์หรือ SSD แก้ยังไง