D-Link ค้าง Obtaining IP Address วิธีแก้
D-Link ค้างที่ Obtaining IP Address หมายความว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ IP Address จาก Router อย่างสมบูรณ์ จึงไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือเข้าถึงอุปกรณ์ในเครือข่ายได้ตามปกติ
สาเหตุที่พบบ่อยคือ DHCP ของ Router มีปัญหา, IP Address ใน Pool ไม่พอ, มี IP ซ้ำ, Router ค้าง หรืออุปกรณ์ปลายทางจำค่าการเชื่อมต่อเดิมไว้ แนวทางของ comsiam คือเริ่มแก้จาก Forget Network → Restart → ตรวจ DHCP → ตรวจ IP Conflict ก่อน Factory Reset
🔎 D-Link ค้าง Obtaining IP Address เกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
DHCP Server ถูกปิด
DHCP แจก IP ไม่สำเร็จ
DHCP Pool เต็ม
มีอุปกรณ์เชื่อมต่อจำนวนมาก
IP Address ซ้ำ
อุปกรณ์ตั้ง Static IP ผิด
Default Gateway ผิด
Router ค้าง
Wi-Fi Profile ของอุปกรณ์มีปัญหา
มี Router มากกว่า 1 ตัวแจก DHCP ซ้อนกัน
Network Loop
Firmware มีปัญหา
Access Control หรือ MAC Filtering รบกวนการเชื่อมต่อ
อาการนี้ต่างจาก Password ผิด เพราะโดยทั่วไปอุปกรณ์ผ่านขั้นตอน Authentication มาแล้ว แต่ติดอยู่ตอนขอ IP จาก Router
📱 ① ทดสอบกับอุปกรณ์อื่นก่อน
ลองนำโทรศัพท์หรือ Notebook อีกเครื่องเชื่อมต่อ Wi-Fi D-Link เดียวกัน
ถ้าเครื่องอื่นได้รับ IP และใช้งานได้
ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่อุปกรณ์เครื่องแรก เช่น
Wi-Fi Profile
Static IP
Network Settings
Private MAC
ถ้าทุกเครื่องค้าง Obtaining IP Address
ให้เน้นตรวจ DHCP Server และ Router
🔄 ② Forget Network แล้วเชื่อมต่อใหม่
เริ่มจากขั้นตอนง่ายที่สุด
① เปิด Wi-Fi
② เลือกชื่อเครือข่าย D-Link
③ กด Forget Network
④ ค้นหา Wi-Fi ใหม่
⑤ กรอกรหัสผ่าน
⑥ รอรับ IP อีกครั้ง
วิธีนี้ช่วยล้างข้อมูล IP และ Wi-Fi Profile เดิมที่อาจค้างอยู่
🔁 ③ Restart อุปกรณ์
หาก Forget Network แล้วยังไม่ได้ ให้ Restart โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์
หลังเปิดใหม่
① เปิด Wi-Fi
② เชื่อมต่อ D-Link
③ รอดูว่าได้รับ IP หรือไม่
บางครั้ง DHCP Client ของอุปกรณ์อาจค้างชั่วคราว
🔄 ④ Restart Router D-Link
หากหลายเครื่องมีปัญหาพร้อมกัน ให้ Restart Router
① ปิด Router
② ถอดไฟ
③ รอสักครู่
④ เสียบไฟกลับ
⑤ เปิด Router
⑥ รอ Boot จนสมบูรณ์
⑦ ทดลองเชื่อมต่อใหม่
ถ้า Restart แล้วหาย แต่กลับมาเป็นซ้ำ ควรตรวจ DHCP และ Firmware เพิ่มเติม
🌐 ⑤ ตรวจ DHCP Server
เข้าสู่หน้าจัดการ D-Link แล้วหาเมนูประเภท
Network
LAN
DHCP
DHCP Server
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามรุ่นและ Firmware
ตรวจว่า DHCP Server เปิดอยู่
ถ้าปิดอยู่ อุปกรณ์ที่ตั้งรับ IP อัตโนมัติจะไม่สามารถรับ IP จาก Router ได้
📍 ⑥ ตรวจ DHCP Range
ตรวจช่วง IP ที่ Router ใช้แจกให้ Client
ตัวอย่างเช่น
192.168.0.100 – 192.168.0.199
หรือช่วงอื่นตาม Configuration
หากมีอุปกรณ์จำนวนมากจน IP ใน Pool ถูกใช้ครบ Client ใหม่อาจรับ IP ไม่ได้
วิธีแก้
สามารถขยาย DHCP Range ได้ตามความเหมาะสมของ Network
แต่ต้องไม่ให้ชนกับ Static IP ที่ตั้งไว้กับอุปกรณ์อื่น
📱 ⑦ ตรวจว่าอุปกรณ์ตั้ง IP เป็น Automatic หรือไม่
บนโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ทั่วไป ควรตั้ง IP เป็น
DHCP
หรือ
Automatic
หากตั้ง Static IP ผิด อาจเกิดอาการเชื่อมต่อไม่สำเร็จ
ตรวจค่า เช่น
IP Address
Subnet Mask
Gateway
DNS
หากไม่จำเป็นต้องใช้ Static IP ให้กลับเป็น Automatic เพื่อทดสอบ
⚠️ ⑧ ตรวจ IP Address Conflict
ถ้ามีอุปกรณ์สองเครื่องใช้ IP เดียวกัน อาจเกิดปัญหาการเชื่อมต่อ
ตัวอย่างเช่น
PC ตั้ง Static IP เป็น
192.168.0.10
และ Router แจก IP เดียวกันให้โทรศัพท์อีกเครื่อง
อาจทำให้ Network ผิดปกติ
วิธีป้องกัน
ควรตั้ง Static IP ให้อยู่นอก DHCP Pool หรือใช้ DHCP Reservation ให้ Router จัดการ
📋 ⑨ ตรวจ DHCP Client List
ในหน้า Router ให้ดูรายการ Client ที่ได้รับ IP
อาจมีชื่อเมนู เช่น
DHCP Client List
Connected Clients
Network Clients
ตรวจว่า
มี Client จำนวนมากผิดปกติหรือไม่
มี IP ซ้ำหรือไม่
อุปกรณ์ที่มีปัญหาปรากฏหรือไม่
หาก Router เห็นอุปกรณ์แต่ยังไม่แจก IP อาจต้องตรวจ DHCP เพิ่มเติม
👥 ⑩ ลดจำนวนอุปกรณ์ชั่วคราว
หากมี Client จำนวนมาก ให้ Disconnect อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นก่อน
เช่น
มือถือที่ไม่ได้ใช้
Smart TV
กล้อง Wi-Fi
IoT
Tablet
Notebook
จากนั้นลองเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่มีปัญหาใหม่
ถ้าได้รับ IP หลังลด Client ควรตรวจ DHCP Pool และความสามารถของ Router
🚫 ⑪ ตรวจ MAC Filtering และ Access Control
Router บางรุ่นมีระบบ
MAC Filter
Access Control
Allow List
Block List
หากตั้งค่าไม่ถูก อุปกรณ์อาจผ่าน Wi-Fi Authentication แต่ไม่สามารถใช้งาน Network ได้ตามปกติ
ตรวจว่าอุปกรณ์ไม่ได้ถูก Block
📱 ⑫ ตรวจ Private MAC Address
มือถือรุ่นใหม่จำนวนมากใช้ Private MAC หรือ Randomized MAC
หาก Router มี DHCP Reservation หรือ MAC Filtering อาจเกิดกรณีที่ Router มองอุปกรณ์เป็น Client คนละตัว
ลองตรวจ MAC Address ที่ใช้งานจริงกับ Wi-Fi เครือข่ายนั้น
หากจำเป็น สามารถปิด Private MAC ชั่วคราวเพื่อทดสอบ แต่ไม่จำเป็นต้องปิดถาวรหากไม่มีเหตุผล
🔁 ⑬ ตรวจว่ามี Router สองตัวแจก DHCP หรือไม่
หากใน Network มี Router มากกว่า 1 ตัว อาจเกิด DHCP Server ซ้อนกัน
ตัวอย่าง
ONU Router → D-Link Router → Client
ถ้าทั้ง ONU และ D-Link แจก DHCP ใน Network Segment เดียวกันโดยตั้งค่าไม่ถูกต้อง อุปกรณ์อาจได้รับข้อมูล Network ผิด
ควรกำหนดบทบาทให้ชัดว่าอุปกรณ์ใดเป็น DHCP Server หลัก
🔀 ⑭ ตรวจ Operation Mode
หาก D-Link ใช้เป็น
Router Mode
Access Point Mode
Bridge Mode
ระบบ DHCP อาจทำงานต่างกัน
Router Mode
โดยทั่วไป D-Link สามารถแจก DHCP ให้ Client ได้
Access Point Mode
DHCP มักควรมาจาก Router หลัก
หากเปลี่ยน Mode แล้วเริ่มค้าง Obtaining IP Address ให้ตรวจ Architecture ของ Network ใหม่
🔁 ⑮ ตรวจ Network Loop
หากมี Switch, Access Point หรือ Router หลายตัว ให้ตรวจการเดินสายว่าไม่มี Loop
Network Loop อาจสร้าง Broadcast จำนวนมากจน DHCP Request/Reply ทำงานผิดปกติ
ถ้าสงสัย ให้ลดระบบเหลือ
Router D-Link → อุปกรณ์ 1 เครื่อง
แล้วทดสอบอีกครั้ง
🧪 ⑯ ทดสอบผ่านสาย LAN
หากมี Notebook หรือ PC ให้ต่อสาย LAN กับ D-Link
LAN ได้ IP ปกติ แต่ Wi-Fi ไม่ได้
ปัญหาอาจเกี่ยวกับ
Wireless
Wi-Fi Client
Security
Wireless DHCP Binding
LAN และ Wi-Fi ไม่ได้รับ IP
ควรตรวจ DHCP Server ของ Router เป็นหลัก
💻 ⑰ ตรวจ IP บน Windows
ถ้าใช้ Windows สามารถดู IP ของ Ethernet หรือ Wi-Fi ได้
หากพบ IP ประมาณ
169.254.x.x
มักหมายความว่า Windows ไม่ได้รับ IP จาก DHCP ตามปกติและสร้าง IP ชั่วคราวขึ้นเอง
กรณีนี้ให้ตรวจ DHCP Server และการเชื่อมต่อกับ Router
🔄 ⑱ ต่ออายุ IP ใหม่
บนคอมพิวเตอร์สามารถ Disconnect แล้ว Connect ใหม่ หรือ Restart Network Adapter เพื่อขอ IP ใหม่
สำหรับมือถือ วิธีง่ายที่สุดคือ
① Forget Network
② เชื่อมต่อใหม่
หาก Router ทำงานปกติ อุปกรณ์ควรได้รับ IP ใหม่จาก DHCP
🔧 ⑲ ตรวจ Firmware
หาก DHCP ทำงานผิดปกติเป็นระยะ หรืออาการเริ่มหลัง Firmware Update ให้ตรวจ Firmware
Firmware ต้องตรงกับ
Model
Hardware Revision
Region ที่เกี่ยวข้อง
ห้ามติดตั้ง Firmware ของ D-Link คนละรุ่น
หากมีการอัปเดต ควรทำตามขั้นตอนของรุ่นนั้นและห้ามปิดไฟระหว่าง Update
🔄 ⑳ Factory Reset เมื่อจำเป็น
Factory Reset ควรใช้เมื่อ
DHCP เปิดแล้ว
DHCP Pool เพียงพอ
ไม่มี IP Conflict
ไม่มี DHCP ซ้อน
Restart แล้วไม่หาย
Firmware ปกติ
หลายอุปกรณ์ยังรับ IP ไม่ได้
ก่อน Reset ต้องบันทึก
PPPoE Username
PPPoE Password
VLAN ID
Static IP
Wi-Fi Name
Wi-Fi Password
Port Forwarding
DHCP Reservation
หลัง Reset ควรตั้งค่าพื้นฐานก่อน แล้วทดลอง DHCP อีกครั้ง
📊 D-Link ค้าง Obtaining IP Address เช็กอะไร
| อาการ | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|
| เครื่องเดียวค้าง | Device / Wi-Fi Profile |
| ทุกเครื่องค้าง | DHCP Server |
| ได้ IP 169.254.x.x | DHCP ไม่ตอบ |
| Client เยอะแล้วเครื่องใหม่เข้าไม่ได้ | DHCP Pool |
| ใช้ Static IP แล้วมีปัญหา | IP Conflict |
| มี Router สองตัว | DHCP ซ้อน |
| LAN ได้ แต่ Wi-Fi ไม่ได้ | Wireless / Client |
| Restart แล้วหายชั่วคราว | Router / Firmware |
🛠️ ลำดับแก้ที่แนะนำ
หาก D-Link ค้าง Obtaining IP Address ให้ทำตามลำดับนี้
① ทดสอบอุปกรณ์อื่น
② Forget Network
③ Restart อุปกรณ์
④ Restart Router
⑤ ตรวจ DHCP Server
⑥ ตรวจ DHCP Range
⑦ ตั้ง IP เป็น Automatic
⑧ ตรวจ IP Conflict
⑨ ตรวจ DHCP Client List
⑩ ลดจำนวน Client
⑪ ตรวจ MAC Filtering
⑫ ตรวจ Private MAC
⑬ ตรวจ DHCP ซ้อน
⑭ ตรวจ Operation Mode
⑮ ตรวจ Network Loop
⑯ ทดสอบ LAN
⑰ ตรวจ Firmware
⑱ Factory Reset เป็นทางเลือกสุดท้าย
❓ คำถามที่พบบ่อย
Obtaining IP Address หมายความว่าอะไร
หมายความว่าอุปกรณ์กำลังร้องขอ IP Address จาก DHCP Server แต่ยังไม่ได้รับค่า Network ที่ใช้งานได้สมบูรณ์
ทำไมใส่รหัส Wi-Fi ถูกแต่ค้าง Obtaining IP Address
เพราะขั้นตอน Authentication อาจผ่านแล้ว แต่ DHCP ยังแจก IP ไม่สำเร็จ จึงควรตรวจ DHCP มากกว่ารหัสผ่าน
IP 169.254.x.x คืออะไร
มักเป็น IP ที่อุปกรณ์สร้างขึ้นเองเมื่อไม่สามารถรับ IP จาก DHCP Server ได้ตามปกติ
มี Router สองตัวทำให้ Obtaining IP Address ค้างได้ไหม
ได้ หากทั้งสองตัวแจก DHCP ซ้อนกันหรือ Network ถูกเชื่อมต่อไม่ถูกต้อง อุปกรณ์อาจได้รับข้อมูล IP ผิดหรือ DHCP ทำงานสับสน
ต้อง Reset D-Link หรือไม่
ไม่ควรเป็นวิธีแรก ให้ตรวจ DHCP Server, DHCP Pool, IP Conflict และ Router ซ้อนก่อน
✅ สรุป
เมื่อ D-Link ค้าง Obtaining IP Address จุดสำคัญที่สุดคือ DHCP เพราะอุปกรณ์ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi มาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ IP ที่ใช้งานได้
ให้เริ่มจาก Forget Network และ Restart ก่อน จากนั้นตรวจ DHCP Server, DHCP Range, IP Conflict และ Router ที่อาจแจก DHCP ซ้อนกัน หาก LAN และ Wi-Fi ทุกเครื่องรับ IP ไม่ได้พร้อมกัน มีแนวโน้มว่าปัญหาอยู่ที่ Router หรือ DHCP Configuration มากกว่าอุปกรณ์แต่ละเครื่อง
แนวทางของ comsiam คือแก้ตามลำดับ Device → DHCP → IP Pool → Conflict → Network Topology → Firmware และใช้ Factory Reset เฉพาะเมื่อค่าพื้นฐานถูกต้องแล้วแต่ระบบยังแจก IP ไม่ได้