วิธีเปิดและปิด WPS บน Router D-Link
การเปิดและปิด WPS บน Router D-Link เป็นการควบคุมฟังก์ชัน Wi-Fi Protected Setup ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์ที่รองรับสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้โดยไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านด้วยตัวเอง โดยมักใช้กับ Printer, Range Extender, Wireless Adapter และอุปกรณ์เครือข่ายบางประเภท
หากไม่ได้ใช้งาน WPS ผู้ใช้สามารถปิดฟังก์ชันนี้ได้โดยที่ Wi-Fi ปกติยังทำงานต่อ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ Smart TV และอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมด้วย SSID กับรหัสผ่านยังสามารถใช้งานได้ตามเดิม
บทความนี้ comsiam จะอธิบาย วิธีเปิดและปิด WPS บน Router D-Link ตั้งแต่การเข้าเมนู WPS การเปิด Push Button Configuration การปิด WPS PIN ไปจนถึงวิธีตรวจว่า WPS ถูกปิดจริงหรือไม่
หมายเหตุ: D-Link แต่ละรุ่นและ Firmware มีเมนู WPS แตกต่างกัน บางรุ่นมีปุ่ม WPS บนตัวเครื่อง บางรุ่นมีเมนู WPS ใน Web Interface และบางรุ่นอาจไม่มี WPS ให้ใช้งาน
📶 WPS คืออะไร
WPS ย่อมาจาก
Wi-Fi Protected Setup
เป็นระบบช่วยเชื่อมอุปกรณ์เข้าสู่ Wireless Network ได้ง่ายขึ้น
แทนที่จะต้องทำ
เลือก SSID → พิมพ์ Wi-Fi Password → Connect
สามารถใช้
กด WPS Router → เปิด WPS ที่อุปกรณ์ → รอจับคู่
หากทั้งสองอุปกรณ์รองรับ
① WPS ใช้ทำอะไร
WPS เหมาะสำหรับเพิ่มอุปกรณ์ เช่น
Wi-Fi Printer
Range Extender
Wireless Adapter
Access Point บางรุ่น
กล้องบางรุ่น
Network Device ที่รองรับ WPS
โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ไม่มี Keyboard สำหรับกรอกรหัสผ่านยาว ๆ
② WPS มีสองรูปแบบหลักอะไรบ้าง
รูปแบบที่พบได้บ่อยคือ
Push Button Configuration หรือ PBC
กดปุ่ม WPS ที่ Router
แล้วเริ่ม WPS ที่ Client
WPS PIN
ใช้หมายเลข PIN ในกระบวนการ Pairing
Router D-Link บางรุ่นสามารถควบคุม Push Button และ PIN แยกกันได้
⭐ สำหรับบ้านทั่วไป Push Button เข้าใจง่ายกว่า
วิธี Push Button คือ
1. กด WPS ที่ D-Link
2. เปิด WPS ที่อุปกรณ์ภายในเวลาที่กำหนด
3. รอ Pairing
ไม่ต้องพิมพ์ Wi-Fi Password ด้วยตัวเอง
③ WPS เปิดอยู่ดูอย่างไร
ขึ้นอยู่กับรุ่น
สามารถตรวจได้จาก
ไฟ WPS
ปุ่ม WPS
หน้า Wireless Settings
WPS Status
Enable WPS
WPS Status ON/OFF
หากต้องการตรวจให้แน่นอนควร Login เข้า Router
🔧 วิธีเปิด WPS บน Router D-Link
ขั้นตอนพื้นฐานมีดังนี้
④ เชื่อมกับ D-Link
ใช้
Wi-Fi
หรือ
สาย LAN
เชื่อมโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์กับ Router
หากกำลังเปลี่ยน Configuration แนะนำใช้สาย LAN เมื่อสะดวก
⑤ เปิด Browser
เปิด
Chrome
Edge
Firefox
Safari
จากนั้นเข้า Management IP ของ D-Link
ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ
192.168.0.1
หรือใช้ Address ที่ Router ถูกตั้งไว้จริง
⑥ Login
กรอก
Admin Password
รหัสนี้อาจไม่ใช่ Wi-Fi Password
เมื่อเข้าสู่ Router แล้วให้หา Wireless Settings
⑦ หาเมนู WPS
ตำแหน่งอาจอยู่ประมาณ
Wireless → WPS
หรือ
Advanced → WPS
หรือ
Wireless Settings → Wi-Fi Protected Setup
ขึ้นอยู่กับ Firmware
⑧ เปิด Enable WPS
หา
Enable WPS
หรือ
WPS Status
ตั้งเป็น
ON
หรือทำเครื่องหมาย
Enable
จากนั้นกด
Save
หรือ
Apply
✅ เปิดแล้วปุ่ม WPS จะใช้งานได้
ใน D-Link รุ่นที่เชื่อมโยง Physical WPS Button กับการตั้งค่านี้
เมื่อ WPS Enabled
สามารถใช้ปุ่ม WPS บน Router เพื่อเริ่ม Pairing ได้
หาก WPS ถูก Disabled ปุ่มดังกล่าวอาจไม่เริ่ม WPS Session
⑨ วิธีใช้หลังเปิด WPS
หลังเปิดแล้ว
1. กด WPS ที่ D-Link
2. รอไฟ WPS/Wi-Fi กระพริบตามรุ่น
3. เปิด WPS ที่ Client ภายในประมาณ 2 นาที
4. รอ Pairing
5. ตรวจ Connected
หากสำเร็จ Client จะเข้า Wi-Fi ได้
⚠️ ไม่ควรกด Reset แทน WPS
ต้องตรวจตำแหน่งปุ่มให้ชัด
WPS
ใช้จับคู่ Wi-Fi
RESET
ใช้คืนค่า Router
ถ้ากด Reset ค้าง อาจทำให้ Configuration หาย
เช่น
PPPoE
SSID
Wi-Fi Password
DHCP Reservation
DNS
Port Forwarding
🔒 วิธีปิด WPS บน Router D-Link
หากไม่ได้ใช้งาน WPS สามารถปิดได้จากหน้า Router
⑩ เข้า WPS Settings
Login เข้า D-Link
ไปยังเมนู
WPS
จากนั้นหา
Enable WPS
หรือ
WPS Status
⑪ เปลี่ยน WPS เป็น OFF
ตั้ง
WPS Status → OFF
หรือเอาเครื่องหมายออกจาก
Enable WPS
จากนั้นกด
Save / Apply
Router บางรุ่นอาจ Reload Wireless Configuration
✅ ปิด WPS แล้ว Wi-Fi ยังใช้ได้ไหม
ใช้ได้
นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด
การปิด WPS ไม่ใช่การปิด Wi-Fi
อุปกรณ์ยังสามารถเชื่อมแบบปกติ
เลือก SSID
↓
กรอก Wi-Fi Password
↓
Connect
ได้เหมือนเดิม
⑫ ปิด WPS แล้วโทรศัพท์ที่ต่ออยู่จะหลุดไหม
โดยทั่วไปการปิด WPS ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อตัด Wireless Client ที่เชื่อมอยู่แล้ว
โทรศัพท์หรือ PC ที่มี Wi-Fi Profile เดิมยังสามารถใช้ Credential ที่บันทึกไว้เพื่อเชื่อม Network ได้
WPS เป็นระบบสำหรับช่วย Setup Connection ไม่ใช่ระบบที่ต้องเปิดตลอดเวลาหลัง Pairing
⑬ ปิด WPS แล้ว Printer ที่เคย Pair จะใช้ได้ไหม
โดยทั่วไปยังสามารถใช้ได้ หาก Printer บันทึก Wi-Fi Profile เดิมไว้และ
SSID ยังเหมือนเดิม
Wi-Fi Password ยังเหมือนเดิม
Security Mode ยังรองรับ
ไม่จำเป็นต้องเปิด WPS ตลอดเวลาเพื่อให้ Printer Online
⑭ ปิด WPS แล้ว Extender จะหลุดไหม
หาก Extender จับคู่และบันทึก Wi-Fi Configuration สำเร็จแล้ว การปิด WPS บน Routerไม่ได้หมายความว่าต้องลบ Connection เดิมทันที
แต่หาก
Reset Extender
เปลี่ยน SSID
เปลี่ยน Password
อาจต้อง Setup ใหม่
🔐 ทำไมบางคนเลือกปิด WPS
เหตุผลหลักคือ
ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันนี้
ตั้งอุปกรณ์ครบแล้ว
ต้องการลดฟังก์ชันการ Pairing ที่เปิดอยู่
ต้องการใช้ SSID + Password เท่านั้น
ไม่ต้องการใช้ WPS PIN
เป็นแนวคิดเดียวกับการปิด Service ที่ไม่ได้ใช้งาน
⚠️ ปิด WPS ไม่ได้ทำให้ Wi-Fi ปลอดภัยสมบูรณ์ทันที
Wi-Fi Security ยังขึ้นกับหลายอย่าง เช่น
WPA2/WPA3
Wi-Fi Password
Admin Password
Firmware
Remote Management
Firewall
ดังนั้นควรดู Security ทั้งระบบ ไม่ใช่เพียง WPS
⑮ WPS PIN คืออะไร
WPS PIN เป็นอีกวิธีสำหรับเพิ่มอุปกรณ์เข้า Network โดยใช้ PIN
D-Link รุ่นเก่าบางรุ่นมี
Current PIN
และเมนู เช่น
Lock WPS-PIN Setup
หรือ
Disable WPS-PIN Method
แยกจาก Push Button
🔒 ปิดเฉพาะ WPS PIN ได้ไหม
D-Link บางรุ่นทำได้
ตัวอย่างอาจมี
Disable WPS-PIN Method
หรือ
Lock WPS-PIN Setup
เมื่อปิด PIN Method แล้ว Push Button WPS อาจยังสามารถใช้งานได้
ขึ้นอยู่กับ Firmware
⭐ ถ้าต้องการใช้ WPS แค่กดปุ่ม
หาก Router รองรับการแยกสองระบบ
สามารถเลือก
ปิด WPS PIN
แต่ยังใช้
WPS Push Button
ได้
ช่วยให้ Workflow ง่ายขึ้นสำหรับอุปกรณ์ที่ต้อง Pair เป็นครั้งคราว
⑯ WPS Push Button กับ PIN ต่างกันอย่างไร
Push Button
ต้องมีผู้ใช้อยู่ใกล้ Routerเพื่อกดปุ่มในช่วง Pairing
PIN
ใช้หมายเลข PIN ตามระบบ WPS
ทั้งสองเป็น WPS แต่กระบวนการต่างกัน
⚠️ เมนู Lock WPS-PIN ไม่เท่ากับปิด WPS ทั้งหมด
หากเลือกเพียง
Lock WPS-PIN
Push Button Configuration อาจยังใช้งานได้
ถ้าต้องการปิด WPS ทั้งหมดต้องปิด
Enable WPS
หรือ
WPS Status
ตามที่ Firmware กำหนด
⑰ WPA3 กับ WPS ใช้ร่วมกันได้ไหม
ต้องตรวจรุ่นและ Security Mode
D-Link ระบุในผลิตภัณฑ์บางตระกูลว่า
WPA3-Personal ไม่รองรับ WPS
ดังนั้นหาก Router ตั้ง
WPA3-Personal
แล้ว WPS Pairing ไม่สำเร็จ
อาจเป็นข้อจำกัดด้าน Compatibility ไม่ใช่ปุ่ม WPS เสีย
⚠️ อย่าลด Security เพียงเพื่อใช้ WPS หากไม่จำเป็น
ถ้าอุปกรณ์สามารถกรอก Wi-Fi Password ได้
และ Network ใช้ WPA3 ได้ดีอยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องลด Security เพียงเพื่อเปิด WPS
สามารถเชื่อมอุปกรณ์แบบ Manual แทน
⑱ WPA2 กับ WPS
WPS ถูกใช้งานกับ Network ที่รองรับ WPA/WPA2 ในผลิตภัณฑ์ D-Link หลายรุ่น
หากมีอุปกรณ์เก่าที่ต้องใช้ WPS ควรตรวจ Security Compatibility ก่อน
ไม่ควรใช้ WEP เพื่อแก้ปัญหา Compatibility
🔐 ไม่ควรใช้ WEP
WEP เป็นมาตรฐานเก่าที่ไม่ควรนำกลับมาใช้สำหรับ Wi-Fi บ้านปัจจุบัน
หาก Client เก่าเกินไปจนไม่รองรับ Security ที่เหมาะสม
ควรพิจารณาเปลี่ยนอุปกรณ์มากกว่าลดความปลอดภัยทั้ง Network
⑲ เปิด WPS แล้วปุ่มกดไม่ทำงาน
ตรวจ
1. Save Settings แล้วหรือยัง
2. WPS Status เป็น ON หรือไม่
3. Physical Button ถูกปุ่มหรือไม่
4. Operation Mode รองรับ WPS หรือไม่
5. Security Mode รองรับหรือไม่
6. Firmware ทำงานปกติหรือไม่
อย่า Reset Router ทันที
⑳ WPS Status ON แต่ Pair ไม่สำเร็จ
ตรวจ Client ฝั่งปลายทาง
อุปกรณ์ต้อง
รองรับ WPS
อยู่ในระยะ Wi-Fi
เปิด WPS ภายในช่วง Pairing
รองรับ Security Mode
รองรับ Band/Network ที่ต้องการ
Router เปิด WPS อย่างเดียวไม่เพียงพอ
⏱️ ต้องกด Client ภายในกี่นาที
การทำ WPS Push Button โดยทั่วไปกำหนดช่วง Pairing ประมาณ
2 นาที
หลังเริ่ม WPS ที่ Router
ดังนั้นควรเตรียม Client ให้พร้อมก่อนกด Router
㉑ WPS Session หมดเวลาทำอย่างไร
ถ้าไม่ Pair ทัน
เพียง
กด WPS ใหม่
แล้วเริ่ม WPS ที่ Client อีกครั้ง
ไม่ต้อง
Reset Router
เปลี่ยน Password
Restart ISP
เปลี่ยน DHCP
⚠️ อย่ากด WPS ซ้ำหลายครั้งระหว่าง Pairing
Router บางรุ่นอาจตีความการกดซ้ำเป็นการ
Cancel Session
Restart Session
เปลี่ยนสถานะ
แนวทางที่เหมาะคือ
กดครั้งเดียว → Pair Client → รอ
㉒ WPS เปิดแต่ไฟไม่กระพริบ
เป็นไปได้ว่า
รุ่นนั้นไม่มีไฟ WPS แยก
ใช้ไฟ Wi-Fi แสดงสถานะ
WPS ไม่ได้เริ่ม
กดผิดปุ่ม
Button ถูกปิดจาก Firmware
ให้ตรวจ WPS Status ในหน้า Router
📱 เปิดหรือปิด WPS ผ่านมือถือได้ไหม
ได้ หาก D-Link Web Interface รองรับมือถือ
ทำตามนี้
1. เชื่อมมือถือกับ D-Link
2. เปิด Browser
3. เข้า Management IP
4. Login
5. เปิด Wireless/WPS Settings
6. เปลี่ยน WPS ON หรือ OFF
7. Save
ไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์
💻 วิธีเปิดหรือปิด WPS ผ่านคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนคือ
1. ต่อ PC กับ D-Link
2. เปิด Browser
3. Login
4. เข้า Wireless Settings
5. เปิด WPS Settings
6. เลือก Enable หรือ Disable
7. ตรวจ WPS PIN หากมี
8. Save
9. ทดสอบปุ่ม WPS
คอมพิวเตอร์ช่วยให้เห็นเมนูทั้งหมดได้ง่ายกว่าในบาง Firmware
㉓ D-Link ไม่มีเมนู WPS ทำอย่างไร
สาเหตุอาจเป็น
รุ่นไม่รองรับ WPS
Firmware ใหม่เอาฟังก์ชันออก
Operation Mode ปัจจุบันไม่รองรับ
Security Mode ปัจจุบันไม่รองรับ
เมนูอยู่ใน Advanced Settings
ควรตรวจตามรุ่นจริง
ไม่ควรใช้ขั้นตอนของ D-Link คนละรุ่นแบบตรงตัว
㉔ Repeater Mode มี WPS ไหม
D-Link Repeater หรือ Extender หลายรุ่นสามารถใช้ WPS เพื่อจับคู่กับ Router ได้
แต่เมื่อเปลี่ยน Operation Mode ความหมายของปุ่ม WPS อาจแตกต่างจาก Router Mode
จึงควรตรวจคู่มือของรุ่นนั้น
📡 Access Point Mode ใช้ WPS ได้ไหม
ขึ้นอยู่กับ D-Link รุ่นนั้น
Access Point บางรุ่นมี WPS สำหรับเพิ่ม Wireless Client
บางรุ่นไม่มี
ดังนั้น Feature Availability ต้องตรวจจากเมนูของ AP จริง
⚠️ Bridge/Client Mode อาจไม่มี WPS แบบ Router Mode
เมื่อ D-Link อยู่ใน
Bridge
Wireless Client
WISP
Repeater
พฤติกรรม WPS สามารถเปลี่ยนไปตาม Operation Mode
หากปุ่ม WPS หายหลังเปลี่ยน Mode ไม่จำเป็นว่า Router เสีย
㉕ เปลี่ยน SSID มีผลกับ WPS ไหม
มีผลกับอุปกรณ์ที่บันทึก Wi-Fi Profile เดิม
หากเปลี่ยน
HomeWiFi
เป็น
MyHomeWiFi
อุปกรณ์เดิมอาจต้องเชื่อมใหม่
สามารถใช้
Wi-Fi Password
WPS
ตามความสามารถ
🔑 เปลี่ยน Wi-Fi Password แล้ว WPS เดิมเป็นอย่างไร
Client ที่มี Credential เก่าอาจเชื่อมไม่ได้
สามารถ
กรอก Password ใหม่
หรือ
Pair ด้วย WPS ใหม่
ตามอุปกรณ์
การปิดและเปิด WPSไม่ได้ทำให้ Client รู้ Password ใหม่เองโดยอัตโนมัติ
㉖ Factory Reset มีผลกับ WPS ไหม
มี
Factory Reset จะคืน Configuration Router ไปยังค่าเริ่มต้น
อาจเปลี่ยน
WPS Status
SSID
Wi-Fi Password
Admin Password
Internet Settings
ตามค่าโรงงานของรุ่น
หลัง Reset ต้องตรวจ WPS ใหม่
⚠️ อย่า Factory Reset เพื่อเปิด WPS
หาก WPS ถูกปิด
เพียงเข้า Router แล้วเปิด WPS ใหม่ตามปกติ
Factory Reset เป็นวิธีที่รุนแรงเกินไปและอาจทำให้ Internet ใช้งานไม่ได้จนกว่าจะตั้งค่าใหม่
🔒 ควรเปิด WPS ตลอดเวลาหรือไม่
ไม่มีความจำเป็นสำหรับทุกบ้าน
หากคุณเพิ่มอุปกรณ์ด้วย
SSID + Password
ได้อยู่แล้ว และไม่ได้ใช้ WPS
สามารถปิดได้
หากต้อง Pair Printer หรือ Extenderในอนาคต จึงค่อยเปิดชั่วคราวในรุ่นที่รองรับ
✅ แนวทางใช้งานแบบง่าย
สามารถใช้ Workflow
ปกติ → WPS OFF
เมื่อมีอุปกรณ์ใหม่ที่ต้องใช้ WPS
เปิด WPS → Pair → ตรวจ Connected → ปิด WPS
เป็นแนวทางที่จัดการง่าย
🛡️ สิ่งสำคัญกว่าการปิด WPS
ควรดูแลพร้อมกัน เช่น
Wi-Fi Security
ใช้ WPA2/WPA3 ตามความสามารถ
Wi-Fi Password
ตั้งยาวและเดายาก
Admin Password
ต้องไม่ใช้รหัสง่าย
Firmware
ควรใช้ Firmware ที่เหมาะสมกับรุ่น
Remote Management
ปิดหากไม่ใช้งาน
การรักษาความปลอดภัยต้องดูทั้งระบบ
📋 วิธีเปิด WPS แบบสั้น
1. เข้า D-Link
2. Login
3. เข้า Wireless/WPS
4. Enable WPS
5. Save
6. กด WPS Router
7. เปิด WPS Client ภายในประมาณ 2 นาที
8. รอ Connected
📋 วิธีปิด WPS แบบสั้น
1. เข้า D-Link
2. Login
3. เข้า WPS Settings
4. ปิด Enable WPS หรือ WPS Status
5. Save
6. ตรวจว่าปุ่ม WPS ไม่เริ่ม Pairing
7. ทดสอบ Wi-Fi ด้วย Password
Wi-Fi ปกติควรยังใช้งานได้
📋 Checklist ก่อนเปิด WPS
□ Client รองรับ WPS
□ Router รองรับ WPS
□ Security Mode รองรับ
□ WPS Status เปิดได้
□ Signal ดี
□ รู้ตำแหน่งปุ่ม WPS
□ ไม่สับสนกับ Reset
📋 Checklist หลังปิด WPS
ตรวจ
1. WPS Status OFF
2. Physical WPS ไม่เริ่ม Pairing
3. Wi-Fi ยังเปิด
4. SSID ยังอยู่
5. Client เดิมยังเชื่อมได้
6. Wi-Fi Password ยังใช้ได้
7. Internet ยังใช้งานได้
ถ้าครบถือว่าปิด WPS สำเร็จ
❓ คำถามที่พบบ่อย
WPS คืออะไร
เป็นระบบ Wi-Fi Protected Setup ที่ช่วยเพิ่มอุปกรณ์เข้า Wi-Fi ได้ง่ายขึ้น
เปิด WPS ยังไงบน D-Link
เข้า Wireless/WPS Settings แล้วเปิด Enable WPS หรือ WPS Status ตาม Firmware
ปิด WPS ยังไง
เข้าเมนูเดียวกันแล้วตั้ง WPS เป็น OFF หรือเอาเครื่องหมาย Enable WPS ออก จากนั้น Save
ปิด WPS แล้ว Wi-Fi หายไหม
ไม่ Wi-Fi ปกติยังทำงานได้
ปิด WPS แล้วโทรศัพท์หลุดไหม
โดยทั่วไป Client ที่มี Wi-Fi Credential เดิมสามารถใช้งานต่อได้
ปิด WPS แล้ว Printer ที่ Pair แล้วใช้ได้ไหม
โดยทั่วไปใช้ต่อได้ หาก SSID, Password และ Security ไม่เปลี่ยน
ปิด WPS แล้วปุ่มบน Router ใช้ได้ไหม
ใน D-Link หลายรุ่น เมื่อปิด WPS จาก Configuration ปุ่ม WPS จะไม่เริ่ม WPS Session
WPS PIN กับปุ่ม WPS เหมือนกันไหม
ไม่ เป็นคนละวิธีภายใต้มาตรฐาน WPS
ปิดเฉพาะ WPS PIN ได้ไหม
D-Link บางรุ่นทำได้ โดยยังคง Push Button WPS ไว้
WPA3 ใช้ WPS ได้ไหม
D-Link ระบุในผลิตภัณฑ์บางรุ่นว่า WPA3-Personal ไม่รองรับ WPS ต้องตรวจ Security Mode และรุ่นจริง
WPS ไม่ทำงานต้อง Reset Router ไหม
ไม่ ควรตรวจ WPS Status, Security, Client และ Signal ก่อน
WPS ใช้กับ iPhone ได้ไหม
iPhone ไม่ได้ใช้ Push Button WPS แบบ Printer หรือ Extender ทั่วไป ให้เลือก SSID และกรอก Password
WPS ใช้กับ Android ได้ไหม
Android รุ่นใหม่จำนวนมากไม่มีเมนู WPS แล้ว
ไม่ใช้ WPS ได้ไหม
ได้ สามารถใช้ SSID และ Wi-Fi Password ได้ตามปกติ
ควรปิด WPS หลังตั้งอุปกรณ์เสร็จไหม
หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้ต่อ สามารถปิดได้และเปิดใหม่เมื่อจำเป็นในรุ่นที่รองรับ
✅ สรุปวิธีเปิดและปิด WPS บน Router D-Link
หากต้องการเปิด WPS
1. เข้า Management Page ของ D-Link
2. Login
3. เข้า Wireless หรือ WPS Settings
4. เปิด Enable WPS / WPS Status
5. Save
6. กด WPS บน Router
7. เริ่ม WPS ที่ Client ภายในประมาณ 2 นาที
8. ตรวจว่า Pair สำเร็จ
หากต้องการปิด WPS
1. Login เข้า D-Link
2. เปิด WPS Settings
3. ตั้ง WPS Status เป็น OFF
4. Save
5. ทดสอบว่า Wi-Fi ปกติยังใช้งานได้
การปิด WPS ไม่ได้เท่ากับการปิด Wi-Fi โทรศัพท์ Notebook Smart TV และอุปกรณ์อื่นยังสามารถเลือก SSID แล้วกรอก Wi-Fi Password เพื่อเชื่อมต่อได้ตามปกติ
หาก Router มีทั้ง WPS PIN และ Push Button อาจสามารถปิดเฉพาะ PIN Method แล้วคง Push Button ไว้ได้ ขึ้นอยู่กับ D-Link รุ่นและ Firmware ที่ใช้งาน
และหากกำลังใช้ WPA3-Personal แล้ว WPS ไม่ทำงาน ควรตรวจ Compatibility ก่อน เพราะ D-Link บางผลิตภัณฑ์ระบุว่า WPA3-Personal ไม่สามารถใช้กับ WPS ได้ ไม่ควรลดระดับ Security เพียงเพื่อใช้ WPS หากสามารถเชื่อมอุปกรณ์ด้วย Password ได้ตามปกติ
หากทำตามแนวทางของ comsiam โดยเปิด WPS เฉพาะเวลาที่ต้อง Pair อุปกรณ์ ตรวจให้แน่ใจว่ากดปุ่ม WPS ไม่ใช่ Reset และปิด WPS เมื่อไม่มีความจำเป็น จะช่วยให้การจัดการ Wi-Fi D-Link เป็นระบบขึ้นโดยไม่กระทบการเชื่อม Wi-Fi แบบปกติ