วิธีทำ Site Survey ก่อนติดตั้ง Access Point D-Link วาง AP ให้สัญญาณครอบคลุมและลดจุดอับ Wi-Fi
การ ทำ Site Survey ก่อนติดตั้ง Access Point D-Link เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่งของการออกแบบ Wi-Fi เพราะช่วยให้รู้ว่าควรติด Access Point กี่ตัว ตำแหน่งใด ใช้ Channel แบบไหน และพื้นที่ใดมีสัญญาณรบกวนหรือสิ่งกีดขวางสูง
การติด AP โดยดูจาก Floor Plan หรือพื้นที่ตารางเมตรเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น
สัญญาณไม่ถึงบางห้อง
Wi-Fi หลุดเมื่อเดิน
AP บางตัวมี Client มากเกินไป
Channel ชนกัน
RSSI ต่ำ
SNR ต่ำ
แนวทางที่ถูกต้องคือ
Requirement
↓
Floor Plan
↓
Predictive Survey
↓
Temporary AP Test
↓
On-site Measurement
↓
AP Placement
↓
Installation
↓
Post-install Validation
บทความนี้จาก comsiam จะอธิบายวิธีทำ Wi-Fi Site Survey ตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมตัวอย่าง RSSI, SNR, Channel, AP Placement และ Checklist ก่อนติดตั้ง D-Link Access Point จริง
① Site Survey คืออะไร
Wi-Fi Site Survey คือการสำรวจพื้นที่เพื่อประเมิน
Coverage
Capacity
Interference
AP Placement
Channel
Signal Quality
ก่อนหรือหลังติดตั้ง Wireless Network
เป้าหมายคือทำให้ Wi-Fi รองรับการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงให้เห็นชื่อ SSID
② ทำไมต้องทำ Site Survey
เพราะสัญญาณ Wi-Fi ได้รับผลจาก
ผนัง
กระจก
โลหะ
เฟอร์นิเจอร์
เครื่องจักร
ชั้นวางสินค้า
ผู้ใช้งาน
Wi-Fi รอบข้าง
Floor Plan อย่างเดียวไม่สามารถบอกสภาพ RF จริงได้ทั้งหมด
③ Site Survey มีกี่แบบ
โดยทั่วไปแบ่งแนวคิดได้เป็น
Predictive Survey
Pre-deployment Survey
Post-deployment Survey
แต่ละแบบใช้ในช่วงเวลาต่างกัน
④ Predictive Survey คืออะไร
เป็นการนำ Floor Plan เข้า Software แล้วจำลอง Coverage
ข้อมูลที่ใช้ เช่น
Wall Type
AP Model
Transmit Power
Antenna
Ceiling Height
จากนั้นประมาณ Signal Coverage ก่อนติดตั้งจริง
⑤ Predictive Survey มีประโยชน์อะไร
ช่วยตอบคำถามเบื้องต้นว่า
ควรใช้ AP กี่ตัว
ควรวางที่ไหน
Coverage น่าจะเป็นอย่างไร
ช่วยลดการเดาตำแหน่ง AP
แต่ไม่ควรถือเป็นผลลัพธ์สุดท้าย
⑥ Predictive Survey ไม่แทนการวัดจริง
Software ไม่สามารถจำลอง Environment ได้สมบูรณ์ทุกกรณี
เช่น
ตู้เหล็ก
คนจำนวนมาก
เครื่องจักร
ของบน Rack
Wi-Fi เพื่อนบ้าน
ดังนั้นควรตรวจด้วย On-site Survey
⑦ Pre-deployment Survey
เป็นการนำ Access Point จริงหรือ AP รุ่นใกล้เคียงไปติดตั้งชั่วคราวในตำแหน่งที่คาดไว้
จากนั้นเดินวัด Signal รอบพื้นที่
วิธีนี้มีความแม่นยำมากกว่าการจำลองอย่างเดียว
⑧ Post-deployment Survey
ทำหลังติดตั้ง AP เสร็จแล้ว
เพื่อตรวจว่า Network จริงมี
Coverage
RSSI
SNR
Roaming
Throughput
ตรงตาม Requirement หรือไม่
⑨ เริ่มจาก Requirement
ก่อนเปิดเครื่องมือ Survey ต้องถามก่อนว่า Wi-Fi ใช้ทำอะไร
ตัวอย่าง
Web
Email
Cloud
Video Conference
VoIP
Barcode Scanner
Streaming
IoT
เพราะแต่ละ Application ต้องการคุณภาพไม่เท่ากัน
⑩ ระบุจำนวนผู้ใช้งาน
ตัวอย่าง
พนักงาน:
100 คน
แต่ต้องคำนวณ Device ด้วย
เช่น
Notebook
Smartphone
Tablet
อาจทำให้มี 200-300 Client
⑪ คำนวณ Concurrent Clients
ไม่จำเป็นต้องใช้ Device ทั้งหมดพร้อมกัน
แต่ควรประมาณ
Peak Concurrent Clients
เช่น
200 Devices
Active พร้อมกันประมาณ 150
เพื่อวาง Capacity
⑫ ระบุ High-Density Area
ตัวอย่าง
Meeting Room
Ballroom
Classroom
Canteen
Lobby
Warehouse Packing Area
พื้นที่เหล่านี้อาจต้องใช้ AP มากกว่าพื้นที่ทั่วไป
⑬ ขอ Floor Plan
ควรมี Floor Plan ที่ระบุ
ห้อง
ประตู
ผนัง
ทางเดิน
บันได
ลิฟต์
เฟอร์นิเจอร์หลัก
หากมี Scale จะช่วยวาง AP ได้แม่นขึ้น
⑭ ตรวจวัสดุผนัง
วัสดุที่ควรบันทึก เช่น
Drywall
Brick
Concrete
Glass
Metal
เพราะมีผลต่อ Signal Attenuation ต่างกัน
⑮ ผนังคอนกรีตต้องระวัง
AP ที่อยู่หลังผนังคอนกรีตหลายชั้นอาจมี Coverage ลดลงมาก
ไม่ควรใช้ AP ตัวเดียวครอบคลุมหลายห้องโดยไม่วัดจริง
⑯ กระจกก็มีผล
กระจกทั่วไปกับกระจกเคลือบโลหะมีผลต่อ Wi-Fi ต่างกัน
สำนักงานหรือโรงแรมที่ใช้กระจกจำนวนมากจึงควรทดสอบจริง
⑰ โลหะเป็นอุปสรรคสำคัญ
เช่น
ตู้ Rack
ชั้นวางเหล็ก
เครื่องจักร
ตู้เย็น
ประตูโลหะ
สามารถสะท้อนหรือบัง RF ได้มาก
⑱ วัด Ceiling Height
ควรบันทึกความสูง เช่น
2.8 เมตร
4 เมตร
10 เมตร
15 เมตร
โดยเฉพาะ Warehouse หรือ Factory
เพราะ AP ที่ติดสูงเกินไปอาจสร้างปัญหา Client Uplink
⑲ ตรวจตำแหน่งติดตั้งจริง
ตำแหน่งที่ Software แนะนำอาจติดตั้งไม่ได้จริงเพราะ
ไม่มีสาย LAN
ไม่มีฝ้า
มีท่อ
มีไฟ
มีเครื่องจักร
จึงต้องประสานกับทีมติดตั้ง
⑳ ตรวจจุดเดินสาย LAN
AP ต้องมี Network Uplink
ควรวางตำแหน่ง
PoE Switch
Patch Panel
Cable Route
ควบคู่กับ RF Design
㉑ ระยะสาย Ethernet
อย่าลืมข้อจำกัดด้านระยะของ Copper Ethernet
หาก AP อยู่ไกลมาก อาจต้องใช้
Fiber
Distribution Switch
PoE Switch เพิ่ม
แทนการลากสายยาวเกินมาตรฐาน
㉒ ตรวจ PoE
ตรวจว่า D-Link AP ต้องใช้
802.3af
802.3at
หรือมาตรฐานใดตามรุ่น
และ Switch ต้องรองรับ
㉓ ตรวจ PoE Budget
ตัวอย่าง
AP 20 ตัว
×
18 W
=
360 W
Switch ต้องมี PoE Budget เพียงพอพร้อม Reserve
㉔ สำรวจ Wi-Fi รอบข้าง
เปิด Scan ดู
SSID
Channel
Signal
Band
ของ Network รอบข้าง
โดยเฉพาะอาคารสำนักงาน ห้าง และคอนโด
㉕ SSID เยอะไม่ได้หมายความว่า Interference สูงเสมอไป
ต้องดู
Channel
Signal Strength
Channel Utilization
Traffic
ด้วย
SSID ที่ Signal อ่อนมากอาจมีผลน้อยกว่า AP ใกล้ที่มี Traffic สูง
㉖ ตรวจ 2.4 GHz
2.4 GHz มี Channel ใช้งานจำกัดกว่า
จึงเกิด Co-channel Contention ได้ง่ายในพื้นที่ AP หนาแน่น
ควรตรวจ Spectrum อย่างละเอียด
㉗ ตรวจ 5 GHz
5 GHz มี Channel มากกว่า แต่ยังต้องดู
Channel Width
DFS
Neighbor AP
Channel Reuse
ร่วมกัน
㉘ Channel Width สำคัญ
ถ้าใช้
80 MHz
จะใช้ Spectrum กว้าง
ในพื้นที่ AP หลายตัวอาจทำให้ Channel Reuse ยากขึ้น
บาง Deployment อาจเหมาะกับ
20 MHz
40 MHz
มากกว่า
㉙ อย่าออกแบบจากความเร็วสูงสุดอย่างเดียว
Wi-Fi ที่ใช้ Channel กว้างอาจ Speed Test สูงกับ Client เดียว
แต่ระบบที่มี AP จำนวนมากอาจมี Capacity รวมแย่ลง
ต้องมองภาพทั้งระบบ
㉚ วาง AP ชั่วคราว
นำ D-Link AP ไปติดในตำแหน่งที่คาดไว้
เช่น
AP-Test-01
ใช้ขาตั้งหรือวิธีติดตั้งชั่วคราวให้ความสูงใกล้เคียงตำแหน่งจริง
㉛ ใช้รุ่น AP ที่จะติดตั้งจริง
ดีที่สุดคือใช้ Hardware รุ่นจริง
เพราะ
Antenna Pattern
Transmit Power
Radio
แตกต่างระหว่างรุ่น
㉜ อย่าวาง AP ชั่วคราวบนโต๊ะถ้าของจริงติดเพดาน
ตำแหน่งและ Orientation มีผลต่อ RF
ควรจำลอง Installation จริงให้ใกล้ที่สุด
㉝ ตั้งค่า Transmit Power ให้ใกล้ Production
ถ้า Survey ด้วย
100% Power
แต่ Production จะใช้ Power ต่ำกว่า
ผล Survey อาจไม่สะท้อนการใช้งานจริง
㉞ เริ่มเดิน Survey
เดินผ่านพื้นที่ที่ต้องใช้งานทั้งหมด
เช่น
โต๊ะทำงาน
ห้องประชุม
ทางเดิน
Lobby
ห้องพัก
โกดัง
Production Line
㉟ วัด RSSI
RSSI เป็นค่าพื้นฐานที่ใช้ประเมิน Signal
ตัวอย่าง
-45 dBm
-60 dBm
-70 dBm
-80 dBm
ค่าที่ใกล้ 0 มากกว่าหมายถึง Signal แรงกว่าโดยทั่วไป
㊱ RSSI เท่าไรดี
ไม่มีค่าตายตัวสำหรับทุก Application
แนวทางคร่าว ๆ เช่น
-50 dBm
→ ดีมาก
ประมาณ -60 ถึง -65 dBm
→ เหมาะกับงานทั่วไปหลายประเภท
ประมาณ -70 dBm
→ เริ่มต้องระวังสำหรับงานที่ต้องการความเสถียร
ค่าเป้าหมายควรกำหนดจาก Application จริง
㊲ Voice ต้องการมาตรฐานสูงกว่า Web
การเปิดเว็บไซต์อาจยังทำงานได้ที่ Signal ต่ำกว่า
แต่
VoIP
Video Conference
Real-time Application
ต้องการ Signal, SNR, Latency และ Packet Loss ที่ดีกว่า
㊳ วัด SNR
SNR คือ Signal-to-Noise Ratio
ใช้ดูว่าความแรง Signal แตกต่างจาก Noise มากเพียงใด
SNR สูงกว่าโดยทั่วไปหมายถึงคุณภาพ RF ดีกว่า
㊴ RSSI ดีแต่ SNR ต่ำได้
ตัวอย่าง
Signal:
-50 dBm
แต่ Noise สูงมาก
อาจยังทำให้
Retry
Latency
Throughput ต่ำ
ได้
จึงควรดู RSSI และ SNR ร่วมกัน
㊵ ตรวจ Noise
พื้นที่ใกล้เครื่องจักรหรือ Network หนาแน่นอาจมี Noise สูง
ควรดูว่าปัญหาเกิดจาก
Signal ต่ำ
หรือ
Noise สูง
เพราะวิธีแก้ต่างกัน
㊶ ตรวจ Channel Utilization
Channel Utilization สูงหมายถึง Airtime ถูกใช้งานมาก
แม้ Signal ดี ผู้ใช้ก็อาจรู้สึกช้า
นี่เป็นเหตุผลที่ Signal เต็มไม่ได้หมายถึง Wi-Fi เร็วเสมอไป
㊷ ตรวจ Co-channel Interference
ถ้า AP ใกล้กันใช้ Channel เดียวกัน
AP01 → Ch 36
AP02 → Ch 36
Client จะต้องแชร์ Airtime มากขึ้น
ต้องวาง Channel Reuse อย่างเหมาะสม
㊸ Adjacent-channel Interference
Channel ที่ทับซ้อนกันบางส่วนสามารถสร้างปัญหามาก
โดยเฉพาะ 2.4 GHz
จึงควรใช้ Channel Plan ที่ลด Overlap
㊹ ตรวจ Coverage Overlap
ต้องมี Signal จาก AP ถัดไปเพียงพอสำหรับ Roaming
แนวคิด
AP01 Coverage
↔
AP02 Coverage
ไม่ควรมีช่องว่างระหว่าง Cell
㊺ Overlap มากเกินไปก็ไม่ดี
ถ้าทุก AP ส่งแรงสูง
Client อาจเห็น AP จำนวนมากพร้อมกัน
เกิด
Sticky Client
Channel Contention
Roaming Decision ซับซ้อน
จึงต้องปรับ Power
㊻ เดินทดสอบ Roaming
ใช้ Client เดินจาก
AP01
→ AP02
→ AP03
พร้อม Ping หรือ Application จริง
ดูว่าเกิด
Packet Loss
Latency Spike
Disconnect
หรือไม่
㊼ Client เป็นผู้ตัดสินใจ Roaming
แม้ AP จะมี Feature ช่วย Roaming แต่ Client มีบทบาทสำคัญ
ควรทดสอบอุปกรณ์ที่ผู้ใช้จริงใช้งาน
㊽ ทดสอบหลาย Client Type
ตัวอย่าง
Windows Notebook
iPhone
Android
Tablet
Scanner
เพราะ Wi-Fi Driver และ Antenna ต่างกัน
㊾ Warehouse ต้องใช้ Scanner จริง
ถ้าออกแบบสำหรับ Barcode Scanner
อย่าทดสอบด้วย Notebook อย่างเดียว
Scanner อาจมี Radio Capability ต่ำกว่า
㊿ โรงงานต้องทดสอบ AGV จริง
ถ้า Network ใช้ AGV
ต้องให้ AGV วิ่ง Route จริง
แล้วตรวจ
RSSI
Roaming
Latency
Packet Loss
ตลอดเส้นทาง
51. โรงแรมต้องวัดในห้องจริง
อย่ายืนวัดแค่ทางเดิน
ต้องวัดบริเวณ
เตียง
โต๊ะ
Smart TV
เพราะเป็นจุดใช้งานจริง
52. สำนักงานต้องวัดห้องประชุม
ห้อง Meeting เป็นพื้นที่ Client Density สูง
ควรทดสอบ Capacity แยกจาก Open Office
53. โรงเรียนต้อง Load Test
ห้องเรียน 40 คนควรทดสอบใกล้เคียง
40 Devices
ไม่ใช่ Notebook เครื่องเดียว
เพราะ Capacity เป็นปัญหาสำคัญ
54. Speed Test ใช้ได้แต่ไม่พอ
Speed Test ช่วยดู Throughput
แต่ต้องดูด้วย
RSSI
SNR
Latency
Jitter
Packet Loss
Channel Utilization
จึงจะเห็นภาพครบ
55. Ping Test
สามารถ Ping Gateway หรือ Local Server
ดู
Average Latency
Packet Loss
Latency Spike
โดยเฉพาะระหว่าง Roaming
56. Local Throughput Test
ถ้าต้องการวัด Wi-Fi จริง ควรทดสอบกับ Local Server ใน LAN
เพราะ Internet Speed Test มี ISP เข้ามาเป็นตัวแปร
แนวคิด
Client
↓
Wi-Fi
↓
AP
↓
LAN
↓
Local Test Server
57. แยก Wi-Fi Problem กับ Internet Problem
หาก Local Throughput ดีแต่ Internet ช้า
ปัญหาอาจอยู่ที่
WAN
ISP
Router
ไม่ใช่ AP
58. บันทึก Dead Zone
จุดที่มี Signal ต่ำหรือ Connection ไม่เสถียรให้ Mark ลง Floor Plan
ตัวอย่าง
Room 305
Corner B
RSSI -78 dBm
จากนั้นปรับ AP Placement
59. อย่าเพิ่ม Power ทันทีเมื่อเจอ Dead Zone
ก่อนเพิ่ม Power ให้ดูว่า
ย้าย AP ได้ไหม
มีผนังบังไหม
เพิ่ม AP เหมาะกว่าไหม
เพราะ Power สูงอาจสร้างปัญหา Roaming
60. เพิ่ม AP เมื่อ Capacity ไม่พอ
หาก Signal ดีแต่ Client จำนวนมากและ Channel Utilization สูง
ปัญหาอาจเป็น Capacity
อาจต้อง
เพิ่ม AP
ลด Cell Size
ปรับ Channel
ไม่ใช่เพิ่ม Transmit Power
61. ลด AP เมื่อ Overlap มากเกิน
บางระบบติด AP มากเกินไป
ทำให้
Interference สูง
Client เห็น AP มากเกิน
Channel Reuse แย่
บางครั้งการปิด Radio/AP บางตัวอาจทำให้ระบบดีขึ้น
62. ตรวจตำแหน่งลิฟต์และ Shaft
โครงสร้างลิฟต์มักมีคอนกรีตและโลหะจำนวนมาก
สามารถสร้าง RF Shadow
ควรตรวจพื้นที่รอบ Core Building เป็นพิเศษ
63. ตรวจบันไดหนีไฟ
ผนังคอนกรีตและประตูโลหะอาจทำให้ Signal ข้ามไปอีกฝั่งยาก
ถ้าพื้นที่ต้องการ Coverage ต้อง Survey จริง
64. ตรวจ Outdoor Area
หากต้องการ Wi-Fi Outdoor
ควรตรวจ
AP Outdoor Rating
Rain
Humidity
Heat
Mounting
พร้อม Coverage ในพื้นที่จริง
65. อย่าลืม Wi-Fi จากชั้นบนและล่าง
ในอาคารหลายชั้น AP ไม่ได้รบกวนกันเฉพาะชั้นเดียว
ต้องดู
Floor N
Floor N+1
Floor N-1
ร่วมกัน
66. Channel Plan ต้องเป็น 3D
AP ที่อยู่ตรงกันคนละชั้นอาจใช้ Channel เดียวกันและ Signal ถึงกัน
จึงควรวาง Channel Plan ทั้งอาคาร
67. วาง AP ตาม Capacity ไม่ใช่ Coverage อย่างเดียว
ตัวอย่างห้องประชุมอาจอยู่ใน Coverage ของ AP ด้านนอก
แต่มีผู้ใช้ 100 คน
อาจต้องมี AP สำหรับห้องนั้นโดยเฉพาะ
68. ตรวจ Cable Route ก่อนล็อกตำแหน่ง
ก่อนอนุมัติ AP Position ให้ตรวจว่าช่างสามารถเดินสายได้จริง
ลดปัญหา
RF Design ดี
แต่ติดตั้งไม่ได้
69. ตรวจความสวยงามและข้อจำกัดอาคาร
โรงแรม ร้านอาหาร และสำนักงานบางแห่งมีข้อจำกัดด้าน Interior Design
ควรประสานตำแหน่ง AP ตั้งแต่ต้น
ไม่ควรย้าย AP หลัง Survey โดยไม่ตรวจ Coverage ใหม่
70. ตั้งชื่อ AP ตั้งแต่ติดตั้ง
ตัวอย่าง
HQ-F1-AP01
HQ-F1-AP02
HQ-F2-AP01
หรือ
WH-AISLE01-AP01
ช่วยให้ Monitoring และ Troubleshooting ง่ายขึ้น
71. บันทึก Switch Port
ตัวอย่าง
HQ-F1-AP01
→ SW-F1-01
→ Port 12
เมื่อ AP Offline จะตรวจ PoE และ Cable ได้ทันที
72. บันทึก AP MAC/IP
Documentation ควรมี
AP Name
Model
MAC
IP
Switch
Port
Location
อย่างน้อย
73. ใช้ Nuclias สำหรับหลาย AP
ถ้ามี D-Link AP จำนวนมาก สามารถใช้ Nuclias Platform ที่เหมาะกับ Hardware
เพื่อดู
AP Status
Clients
Traffic
Firmware
Configuration
จากส่วนกลาง
74. ตรวจ AP หลัง Provision
หลัง Push Configuration ให้ตรวจว่า AP ทุกตัวได้รับ
SSID
VLAN
Security
RF Settings
ครบ
อย่าคิดว่า AP Online แปลว่า Configuration ถูกทั้งหมด
75. ตรวจ VLAN หลังติดตั้ง
ทดสอบแต่ละ SSID
เช่น
STAFF
→ VLAN 10
GUEST
→ VLAN 20
และดูว่า Client ได้ IP ถูก Subnet
76. ทดสอบ Guest Firewall
ตรวจว่า
Guest
→ Internet
Allow
แต่
Guest
→ Staff
Deny
Guest
→ Management
Deny
จริง
Site Survey ที่ดีควรรวม Validation ด้าน Network ด้วย
77. ทดสอบ DHCP
Client ทุกพื้นที่ต้องได้รับ
IP
Gateway
DNS
ถูกต้อง
หาก AP ส่ง SSID ได้แต่ Client ไม่ได้ IP ต้องตรวจ VLAN/Switch/DHCP
78. ทดสอบ Captive Portal
ถ้ามี Guest Portal ให้เดินทดสอบหลาย AP
Connect
↓
Portal
↓
Login
↓
Roam
↓
Internet
ดู Session ทำงานต่อเนื่องหรือไม่
79. ทดสอบ Peak Load
Post-install Test ควรทำเมื่อผู้ใช้งานมาก
เช่น
Office → ช่วงทำงาน
Hotel → กลางคืน
Restaurant → ช่วงเย็น
School → เวลาเรียน
Dorm → กลางคืน
เพราะ Capacity Problem มักไม่เห็นตอนพื้นที่ว่าง
80. เก็บ Baseline
หลังระบบทำงานดีแล้ว บันทึกค่า เช่น
Client Count
RSSI
Traffic
Channel Utilization
WAN Usage
ไว้เป็น Baseline
ช่วยเปรียบเทียบเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต
81. Wi-Fi Environment เปลี่ยนได้
หลังใช้งานไปหลายเดือนอาจมี
เฟอร์นิเจอร์ใหม่
AP เพื่อนบ้านเพิ่ม
เครื่องจักรใหม่
จำนวนผู้ใช้เพิ่ม
ทำให้ผล Site Survey เดิมเปลี่ยน
ควร Survey ซ้ำเมื่อระบบเปลี่ยนมาก
82. ย้าย AP ต้อง Survey ใหม่
การย้ายเพียง
5-10 เมตร
ในบางพื้นที่อาจเปลี่ยน Coverage มาก
โดยเฉพาะเมื่อมีผนังหรือโลหะ
ไม่ควรย้ายโดยไม่ทดสอบ
83. เพิ่ม AP ต้องตรวจ Channel ใหม่
AP ใหม่เพิ่ม Capacity ได้ แต่ก็เพิ่ม RF Contention ได้เช่นกัน
ทุกครั้งที่เพิ่ม AP ควรทบทวน
Channel
Power
Coverage Overlap
84. อัปเกรด AP ก็ต้อง Validation
AP รุ่นใหม่อาจมี
Antenna Pattern
Transmit Power
Radio
ต่างจากรุ่นเดิม
แม้ติดตำแหน่งเดิมก็ควรตรวจ Coverage ใหม่
85. Checklist ก่อนเริ่ม Site Survey
✓ Floor Plan
✓ Scale
✓ User Count
✓ Device Count
✓ Application
✓ High-Density Area
✓ Wall Type
✓ Ceiling Height
✓ AP Model
✓ PoE
✓ Switch
✓ Cable Route
✓ VLAN Plan
✓ Internet Requirement
86. Checklist ระหว่าง Survey
✓ Scan 2.4 GHz
✓ Scan 5 GHz
✓ ตรวจ Neighbor AP
✓ ตรวจ RSSI
✓ ตรวจ SNR
✓ ตรวจ Noise
✓ ตรวจ Channel Utilization
✓ ตรวจ Coverage
✓ ตรวจ Overlap
✓ ตรวจ Dead Zone
✓ ทดสอบ Client จริง
✓ ทดสอบ Roaming
✓ Mark AP Position
87. Checklist หลังติดตั้ง
✓ AP Online
✓ SSID ถูก
✓ VLAN ถูก
✓ DHCP ถูก
✓ RSSI ผ่านเป้าหมาย
✓ SNR ผ่าน
✓ Roaming ผ่าน
✓ Local Throughput ผ่าน
✓ Internet ผ่าน
✓ Guest Isolation ผ่าน
✓ Firewall ผ่าน
✓ Captive Portal ผ่าน
✓ Client Distribution ปกติ
✓ Monitoring ทำงาน
88. ตัวอย่าง Site Survey สำนักงาน
สมมติสำนักงานมี
พื้นที่:
800 ตารางเมตร
พนักงาน:
100 คน
Concurrent Clients:
ประมาณ 180
พื้นที่มี
Open Office
Meeting Rooms
Reception
Finance
Server Room
เริ่มจาก Predictive Design
วาง AP เบื้องต้น
AP01 → Reception
AP02 → Open Office A
AP03 → Open Office B
AP04 → Meeting Area
AP05 → Finance
จากนั้นนำ AP จริงไปทดสอบและเดิน Survey
จำนวน AP สุดท้ายอาจเพิ่มหรือลดจากแบบจำลอง
89. ตัวอย่างจุด Dead Zone
พบห้อง Finance
RSSI:
-79 dBm
เนื่องจากมีผนังคอนกรีตสองชั้น
ทางเลือกอาจเป็น
ย้าย AP ใกล้ขึ้น
หรือ
เพิ่ม AP
แทนการเพิ่ม Power AP เดิมจนสูงสุด
90. ตัวอย่าง Capacity Problem
Meeting Room มี
60 Clients
RSSI
-55 dBm
ถือว่า Signal ดี
แต่ Channel Utilization สูงมากและ Video Call กระตุก
ปัญหาคือ Capacity ไม่ใช่ Coverage
อาจต้องเพิ่ม Cell/AP หรือปรับ RF Design
ตัวอย่างขั้นตอน Site Survey แบบครบ
1. เก็บ Requirement
2. ขอ Floor Plan
3. ระบุจำนวน User/Client
4. ระบุ High-Density Area
5. ระบุ Wall/Obstacle
6. ทำ Predictive Design
7. เลือก D-Link AP
8. วาง AP ชั่วคราว
9. Scan RF Environment
10. วัด RSSI/SNR
11. ตรวจ Channel
12. ทดสอบ Roaming
13. ทดสอบ Application จริง
14. ปรับ AP Position
15. วาง Channel/Power
16. ติดตั้งจริง
17. Push Configuration
18. Post-install Survey
19. Load Test
20. ทำ Documentation
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดสำคัญ ได้แก่
คิดจำนวน AP จากพื้นที่อย่างเดียว
ใช้ Predictive Survey อย่างเดียว
ไม่ตรวจวัสดุผนัง
ไม่ดูจำนวน Client
วาง AP ตามจุดเดินสายง่ายที่สุด
ตั้ง Power สูงสุดทุก AP
ใช้ Channel Width กว้างสุดทุกตัว
ไม่ตรวจ AP ชั้นบน/ล่าง
ดู RSSI อย่างเดียว
ไม่ดู SNR และ Channel Utilization
ใช้ Notebook อย่างเดียวทดสอบ Scanner
ทดสอบตอนพื้นที่ว่าง
ไม่ทำ Post-install Survey
เพิ่ม AP แล้วไม่ปรับ Channel
ไม่มี Documentation
สรุป
การ ทำ Site Survey ก่อนติดตั้ง Access Point D-Link ช่วยลดการเดาตำแหน่ง AP และทำให้ Network ถูกออกแบบจากสภาพพื้นที่จริงมากขึ้น
ลำดับที่แนะนำคือ
Requirement
↓
Predictive Survey
↓
Temporary AP
↓
RF Measurement
↓
AP Placement
↓
Installation
↓
Post-install Validation
อย่าพิจารณาเพียงว่า Smartphone มีสัญญาณกี่ขีด แต่ควรดู RSSI, SNR, Channel Utilization, Client Density, Roaming, Latency และ Throughput ร่วมกัน
โดยเฉพาะพื้นที่อย่างโรงแรม โรงเรียน โกดัง และโรงงาน ควรทดสอบด้วย Client ที่ใช้จริงและในสภาพที่ใกล้เคียงช่วง Peak มากที่สุด
แนวทางของ comsiam คือถือ Site Survey เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบ ไม่ใช่งานที่ทำเฉพาะก่อนติดตั้งเท่านั้น หลังติดตั้งควรมี Post-install Validation และเมื่อพื้นที่ จำนวนผู้ใช้ หรืออุปกรณ์เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ควร Survey ซ้ำเพื่อให้ D-Link Wi-Fi ยังคงทำงานได้ดีในระยะยาว