วิธีตั้ง VLAN บน Router D-Link แยกเครือข่ายพนักงาน Guest กล้อง และ Server อย่างเป็นระบบ
การตั้ง VLAN บน Router D-Link ช่วยแบ่งเครือข่าย LAN เดียวออกเป็นหลาย Network เสมือน ทำให้อุปกรณ์แต่ละกลุ่มสามารถอยู่คนละ Subnet และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงแตกต่างกันได้
ตัวอย่างเช่น สำนักงานอาจแยกพนักงาน ลูกค้า กล้องวงจรปิด และ Server ออกจากกัน แม้อุปกรณ์ทั้งหมดจะใช้งานผ่าน Switch และ Router ชุดเดียวกัน
บทความนี้จาก comsiam จะอธิบายตั้งแต่ VLAN ID, IP Address, DHCP, Tagged/Untagged, Access Port, Trunk Port, PVID ไปจนถึงการกำหนด Inter-VLAN Routing และวิธีตรวจสอบเมื่อ VLAN ใช้งานไม่ได้
① VLAN คืออะไร
VLAN ย่อมาจาก
Virtual Local Area Network
เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แบ่ง Network ทาง Logical โดยไม่จำเป็นต้องแยก Switch ทางกายภาพทุกเครือข่าย
ตัวอย่าง
VLAN 10 → Staff
VLAN 20 → Guest
VLAN 30 → CCTV
VLAN 40 → Server
แต่ละ VLAN สามารถมี IP Network ของตัวเอง
VLAN 10
192.168.10.0/24
VLAN 20
192.168.20.0/24
VLAN 30
192.168.30.0/24
VLAN 40
192.168.40.0/24
ช่วยให้บริหาร Network ได้เป็นระบบมากกว่าการให้อุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในวงเดียว
② ทำไมสำนักงานควรใช้ VLAN
หากไม่มี VLAN อุปกรณ์ทั้งหมดอาจอยู่ใน Network เช่น
192.168.1.0/24
รวมทั้ง
พนักงาน
ลูกค้า
CCTV
Printer
Server
Access Point
IoT
ทำให้การควบคุมความปลอดภัยและ Traffic ทำได้ยาก
เมื่อใช้ VLAN สามารถแยกแต่ละกลุ่มออกจากกันและสร้าง Policy เพิ่มเติมได้
③ ตัวอย่างการแบ่ง VLAN ที่ใช้งานง่าย
สำหรับสำนักงานขนาดเล็กสามารถเริ่มจาก
VLAN 10
Staff
192.168.10.0/24
VLAN 20
Guest
192.168.20.0/24
VLAN 30
CCTV
192.168.30.0/24
VLAN 40
Server
192.168.40.0/24
ไม่ควรสร้าง VLAN จำนวนมากเกินความจำเป็นตั้งแต่เริ่มต้น
④ VLAN ID คืออะไร
VLAN ID หรือ VID คือหมายเลขที่ใช้ระบุว่า Ethernet Frame เป็นสมาชิกของ VLAN ใด
ตัวอย่าง
VLAN ID 10
→ Staff
VLAN ID 20
→ Guest
VLAN ID 30
→ CCTV
อุปกรณ์ทุกตัวที่ต้องส่ง VLAN ผ่านกันต้องใช้ VLAN ID ให้ตรงกัน
⑤ VLAN ID ไม่ใช่ IP Address
ตัวอย่าง
VLAN ID:
20
และ
Gateway:
192.168.20.1
เป็นคนละค่า
VLAN ID ใช้ระบุ VLAN ส่วน IP Address ใช้สำหรับการสื่อสารใน Layer 3
จึงไม่จำเป็นต้องใช้ VLAN ID 20 กับ Network 192.168.20.0/24 เสมอไป แต่การตั้งเลขให้สัมพันธ์กันช่วยให้จำง่าย
⑥ เตรียมแผน VLAN ก่อนตั้งจริง
ก่อนเข้า Router ควรวางตาราง เช่น
VLAN 10
Name: Staff
Gateway: 192.168.10.1
Subnet: 255.255.255.0
VLAN 20
Name: Guest
Gateway: 192.168.20.1
Subnet: 255.255.255.0
VLAN 30
Name: CCTV
Gateway: 192.168.30.1
Subnet: 255.255.255.0
จะช่วยป้องกัน Network ซ้ำกันภายหลัง
⑦ ห้ามใช้ Subnet ซ้ำกัน
ตัวอย่างที่ผิด
VLAN 10
192.168.1.0/24
VLAN 20
192.168.1.0/24
สอง VLAN ใช้ Subnet เดียวกันจะสร้างปัญหา Routing
ควรแยกเป็น
VLAN 10
192.168.10.0/24
VLAN 20
192.168.20.0/24
ให้ชัดเจน
⑧ ตรวจว่า Router D-Link รองรับ VLAN หรือไม่
Router D-Link ไม่ได้รองรับการสร้าง VLAN แบบธุรกิจทุกโมเดล
ฟังก์ชัน VLAN ที่ละเอียดมักพบมากกว่าในอุปกรณ์ตระกูล Business Router หรือ Unified Services Router
ให้ค้นหาเมนู เช่น
VLAN
VLAN Settings
LAN VLAN
Port VLAN
802.1Q VLAN
หาก Router มีเพียง IPTV VLAN อาจไม่ได้หมายความว่าจะสามารถสร้าง VLAN สำหรับ Staff, Guest และ CCTV ได้เต็มรูปแบบ
⑨ เข้าหน้าจัดการ Router
เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับ Router แล้วเข้า Gateway ของ D-Link
ตัวอย่าง
192.168.0.1
หรือ IP ที่ผู้ดูแลระบบกำหนดไว้
จากนั้น Login ด้วยบัญชี Administrator
สำหรับ D-Link DSR บาง Firmware เมนู VLAN อยู่ในส่วน Network และสามารถสร้าง VLAN พร้อม IP, Subnet และ DHCP ของแต่ละ VLAN ได้
⑩ เปิดใช้งาน VLAN
หาก Router มีตัวเลือก
VLAN Enable
ให้เปิดใช้งานก่อนสร้าง VLAN ใหม่
จากนั้นกด
Save
หรือ
Apply
ก่อนเพิ่ม VLAN ตามที่ Router กำหนด
⑪ สร้าง VLAN สำหรับพนักงาน
ตัวอย่าง
Name:
Staff
VLAN ID:
10
IP Address:
192.168.10.1
Subnet Mask:
255.255.255.0
Gateway ของเครื่องใน Staff VLAN จะเป็น
192.168.10.1
หาก Router ทำหน้าที่ Routing ให้ VLAN นี้
⑫ เปิด DHCP สำหรับ Staff VLAN
หากต้องการให้ Router แจก IP อัตโนมัติ สามารถกำหนด DHCP
ตัวอย่าง
Gateway:
192.168.10.1
DHCP Range:
192.168.10.100
ถึง
192.168.10.200
เมื่อเครื่องพนักงานเชื่อมต่อเข้าพอร์ตหรือ SSID ของ VLAN 10 ก็จะได้รับ IP จากวงนี้
⑬ สร้าง Guest VLAN
ตัวอย่าง
Name:
Guest
VLAN ID:
20
Gateway:
192.168.20.1
Subnet:
255.255.255.0
DHCP เช่น
192.168.20.100
ถึง
192.168.20.250
Guest Network ควรถูกจำกัดไม่ให้เข้าถึง Server หรืออุปกรณ์ภายในที่ไม่จำเป็น
⑭ สร้าง CCTV VLAN
ตัวอย่าง
Name:
CCTV
VLAN ID:
30
Gateway:
192.168.30.1
Subnet:
255.255.255.0
อุปกรณ์ เช่น
NVR
IP Camera
CCTV Workstation
สามารถอยู่ใน Network นี้
ช่วยแยก Traffic กล้องออกจาก Network ของพนักงาน
⑮ สร้าง Server VLAN
ตัวอย่าง
Name:
Server
VLAN ID:
40
Gateway:
192.168.40.1
Server VLAN อาจใช้สำหรับ
File Server
Application Server
NAS
Database
แล้วใช้ Firewall กำหนดว่าพนักงานกลุ่มใดสามารถเข้าถึงได้
⑯ Access Port คืออะไร
Access Port เหมาะกับอุปกรณ์ปลายทางที่ไม่ต้องรู้เรื่อง VLAN Tag
ตัวอย่าง
Port 1
→ Access VLAN 10
→ Staff PC
เมื่อ Staff PC ส่ง Ethernet Frame แบบปกติเข้ามา Router หรือ Switch จะถือว่า Traffic นั้นอยู่ VLAN 10 ตาม Port Configuration
ใน D-Link DSR โหมด Access ใช้พอร์ตเป็นสมาชิก VLAN เดียว และ Traffic ของอุปกรณ์ปลายทางออกแบบ Untagged
⑰ ตัวอย่าง Access Port สำหรับพนักงาน
LAN Port 1
Mode:
Access
PVID:
10
VLAN:
10
จากนั้นต่อ
Staff PC
เข้ากับ Port 1
เครื่องควรได้รับ IP เช่น
192.168.10.100
⑱ Access Port สำหรับ CCTV
ตัวอย่าง
LAN Port 2
Mode:
Access
VLAN:
30
PVID:
30
จากนั้นสามารถต่อ NVR หรือ Camera Network เข้า Port นี้
อุปกรณ์ที่ไม่ได้รองรับ VLAN Tag ก็ยังใช้งานได้
⑲ Trunk Port คืออะไร
Trunk Port ใช้สำหรับส่งหลาย VLAN ผ่านสาย Physical Link เส้นเดียว
ตัวอย่าง
D-Link Router
│
│ VLAN 10
│ VLAN 20
│ VLAN 30
│
↓
Managed Switch
แทนที่จะใช้สายหนึ่งเส้นต่อ VLAN สามารถส่งหลาย VLAN ผ่านสายเดียวโดยใช้ Tag
D-Link DSR ระบุว่า Trunk สามารถเป็นสมาชิกหลาย VLAN และใช้ Tag เพื่อแยก Traffic ของ VLAN ต่าง ๆ บน Physical Link เดียวกัน
⑳ ตัวอย่าง Trunk ระหว่าง Router กับ Switch
กำหนด Router Port เช่น
Port 4
Mode: Trunk
Allowed VLAN:
10
20
30
40
จากนั้นฝั่ง Managed Switch ต้องกำหนด Port ที่ต่อ Router ให้รองรับ VLAN เดียวกัน
หาก Router ส่ง VLAN 30 แต่ Switch ไม่อนุญาต VLAN 30 Traffic จะไม่ผ่าน
㉑ Trunk ระหว่าง Switch กับ Access Point
ตัวอย่าง
Router
↓
Managed Switch
↓
Trunk Port
↓
Access Point
Access Point สามารถมีหลาย SSID เช่น
Staff Wi-Fi
→ VLAN 10
Guest Wi-Fi
→ VLAN 20
ทำให้ SSID สองชื่อใช้สาย LAN เส้นเดียวแต่ถูกแยก Network กันได้
㉒ Tagged คืออะไร
Tagged Traffic คือ Ethernet Frame ที่มี VLAN ID ติดไปกับ Frame
ตัวอย่าง
Frame
VLAN ID 20
Switch หรือ Router ที่รองรับ 802.1Q จะอ่าน Tag แล้วรู้ว่า Frame เป็นของ VLAN ใด
Tagged มักใช้บน
Trunk
ระหว่างอุปกรณ์ Network
㉓ Untagged คืออะไร
Untagged Frame ไม่มี VLAN Tag ติดมา
อุปกรณ์ทั่วไป เช่น
Desktop PC
Printer
NVR
มักส่ง Traffic แบบ Untagged
Switch จะใช้ Configuration ของ Port หรือ PVID เพื่อกำหนดว่า Frame นั้นควรอยู่ VLAN ใด
㉔ PVID คืออะไร
PVID ย่อมาจาก
Port VLAN ID
ใช้ระบุว่า Untagged Traffic ที่เข้าพอร์ตควรถูกจัดเข้า VLAN ใด
ตัวอย่าง
PVID 20
หมายความว่า Untagged Frame ที่เข้าพอร์ตนั้นจะถูกนำเข้า VLAN 20 ตาม Port Configuration
D-Link อธิบายหลักการนี้ไว้ในโหมด General ของ DSR เช่นกัน
㉕ PVID ผิดจะเกิดอะไรขึ้น
สมมติ Port สำหรับ CCTV ควรเป็น
PVID 30
แต่ตั้งผิดเป็น
PVID 20
กล้องอาจถูกส่งเข้า Guest VLAN แทน
อาการที่พบได้ เช่น
ได้ IP ผิดวง
DHCP ไม่ได้
Ping Gateway ไม่ได้
NVR หากล้องไม่เจอ
จึงต้องตรวจ PVID ทุกครั้ง
㉖ General Mode คืออะไร
D-Link DSR บางรุ่นมีโหมด
General
ซึ่งสามารถรับทั้ง Tagged และ Untagged Traffic และเป็นสมาชิกหลาย VLAN ได้
Traffic Untagged จะถูกจัดเข้า VLAN ตาม PVID ส่วน VLAN Membership กำหนดว่า Port นั้นรองรับ VLAN ใดบ้าง
ความสามารถนี้อาจไม่เหมือนกันใน D-Link ทุกรุ่น
㉗ Access กับ Trunk เลือกอย่างไร
จำง่าย ๆ
อุปกรณ์ปลายทางทั่วไป
→ Access
เช่น
PC
Printer
NVR
ส่วน
อุปกรณ์ Network ที่ต้องส่งหลาย VLAN
→ Trunk
เช่น
Managed Switch
Access Point
อีก Router
㉘ ตัวอย่าง Network แบบสมบูรณ์
Internet
↓
D-Link Router
│
│ Trunk VLAN 10,20,30
↓
Managed Switch
│
├─ Port 1 Access VLAN 10
│ → Staff PC
│
├─ Port 2 Access VLAN 30
│ → NVR
│
└─ Port 3 Trunk
↓
Access Point
├─ Staff SSID → VLAN 10
└─ Guest SSID → VLAN 20
นี่เป็นโครงสร้างที่ใช้ได้กับสำนักงานจำนวนมาก
㉙ Inter-VLAN Routing คืออะไร
เมื่อแยก VLAN แล้ว แต่ละ VLAN จะเป็นคนละ IP Network
หากต้องการให้
VLAN 10
ติดต่อ
VLAN 40
ต้องมี Router หรือ Layer 3 Device ทำ Routing ระหว่าง VLAN
เรียกว่า
Inter-VLAN Routing
D-Link DSR บาง Firmware มีตัวเลือก Activate InterVLAN Routing ตอนสร้าง VLAN เพื่ออนุญาตหรือปิดการ Routing ระหว่าง VLAN
㉚ ควรเปิด Inter-VLAN Routing ทุก VLAN หรือไม่
ไม่ควรเปิดโดยไม่มีแผน
ตัวอย่าง Guest VLAN
VLAN 20
โดยทั่วไปไม่ควรให้เข้าถึง
Staff
Server
CCTV
ดังนั้นควรออกแบบ Firewall Policy ร่วมกับ Inter-VLAN Routing
㉛ VLAN ไม่ได้เท่ากับ Firewall
การแยก VLAN ช่วยแยก Broadcast Domain และ Network Segment แต่หาก Router เปิด Routing ระหว่าง VLAN โดยไม่มี Firewall จำกัด อุปกรณ์ต่าง VLAN อาจยังติดต่อกันได้
ดังนั้นต้องใช้
VLAN
+
Routing
+
Firewall Policy
ร่วมกันเพื่อควบคุม Security
㉜ ตัวอย่าง Policy สำหรับ Guest
แนวทางทั่วไปคือ
Guest VLAN
→ Internet
Allow
แต่
Guest VLAN
→ Staff VLAN
Deny
Guest VLAN
→ CCTV VLAN
Deny
Guest VLAN
→ Server VLAN
Deny
ทำให้ลูกค้าใช้อินเทอร์เน็ตได้แต่ไม่เห็นระบบภายใน
㉝ ตัวอย่าง Policy สำหรับ Staff
Staff อาจได้รับสิทธิ์
Staff
→ Internet
Allow
Staff
→ Printer
Allow
Staff
→ Server
Allow ตาม Service
แต่ไม่จำเป็นต้องให้ Staff ทุกเครื่องเข้าถึง CCTV Management
㉞ ตัวอย่าง Policy สำหรับ CCTV
CCTV VLAN อาจกำหนด
CCTV
→ NVR
Allow
และจำกัด
Camera
→ Internet
หากกล้องไม่จำเป็นต้องออกอินเทอร์เน็ต
เป็นการลดความเสี่ยงด้าน Security
㉟ DHCP ต้องแยกแต่ละ VLAN
แต่ละ VLAN ควรมี DHCP Scope ของตัวเอง
ตัวอย่าง
VLAN 10
192.168.10.100-200
VLAN 20
192.168.20.100-250
VLAN 30
192.168.30.100-200
หากไม่มี DHCP และ Client ไม่ได้ตั้ง Static IP เครื่องอาจไม่ได้รับ IP ที่ใช้งานได้
㊱ DHCP Relay คืออะไร
ใน Network ที่มี DHCP Server กลาง Router อาจใช้
DHCP Relay
แทนการทำ DHCP Server ในทุก VLAN
ตัวอย่าง
VLAN 10
VLAN 20
VLAN 30
↓
DHCP Relay
↓
Central DHCP Server
เหมาะกับระบบองค์กรที่บริหาร DHCP จาก Server กลาง
㊲ VLAN กับ Managed Switch ต้องตั้งให้ตรงกัน
หาก Router มี
VLAN 10
VLAN 20
VLAN 30
แต่ Switch มีเพียง
VLAN 10
VLAN 20
Traffic VLAN 30 อาจถูก Drop
ต้องสร้าง VLAN Membership และกำหนด Tagged/Untagged ของแต่ละ Port ให้สอดคล้องกันทุกอุปกรณ์
㊳ Switch แบบ Unmanaged ใช้ VLAN ได้ไหม
Unmanaged Switch ทั่วไปไม่สามารถกำหนด VLAN Membership ราย Port ได้
หากต้องการแยก
Staff
Guest
CCTV
บน Switch ตัวเดียวอย่างเป็นระบบ ควรใช้ Managed หรือ Smart Managed Switch ที่รองรับ 802.1Q VLAN
㊴ Access Point ต้องรองรับ VLAN ด้วย
หากต้องการ
SSID Staff
→ VLAN 10
SSID Guest
→ VLAN 20
Access Point ต้องรองรับการผูก SSID กับ VLAN ID
หาก AP ไม่รองรับ VLAN ก็ไม่สามารถแยกหลาย SSID เป็นหลาย VLAN ผ่าน Trunk แบบนี้ได้
㊵ VLAN สำหรับ IP Phone
ระบบบางแห่งมี
Data VLAN
และ
Voice VLAN
ตัวอย่าง
PC → VLAN 10
IP Phone → VLAN 50
ช่วยให้สามารถสร้าง QoS และ Security Policy สำหรับ Voice แยกจาก Data ได้
㊶ VLAN ช่วย QoS ได้อย่างไร
เมื่อ Traffic ถูกแบ่งเป็น VLAN สามารถสร้าง Policy ได้ง่ายขึ้น เช่น
Voice VLAN
→ Highest Priority
CCTV VLAN
→ High
Guest VLAN
→ Normal
แต่ความสามารถขึ้นอยู่กับ Router หรือ Firewall ที่ใช้งาน
㊷ VLAN ช่วยจำกัด Bandwidth ได้อย่างไร
Router ธุรกิจบางระบบสามารถกำหนด Bandwidth ตาม Interface หรือ VLAN
ตัวอย่าง
Guest VLAN
→ Maximum 100 Mbps
ในขณะที่
Staff VLAN
→ ไม่จำกัดตาม Policy
ช่วยป้องกัน Guest ใช้ Internet จนกระทบระบบงาน
㊸ VLAN ใช้ร่วมกับ Captive Portal ได้ไหม
ได้ในอุปกรณ์ที่รองรับ
ตัวอย่าง
Guest SSID
↓
VLAN 20
↓
Captive Portal
↓
Internet
D-Link DSR รองรับการกำหนด Captive Portal ในการตั้ง VLAN บาง Firmware จึงสามารถนำไปใช้กับ Guest Network ได้
㊹ VLAN ใช้งานไม่ได้ควรตรวจอะไร
ตรวจตามลำดับ
1. VLAN ID ตรงกันหรือไม่
2. Router สร้าง VLAN แล้วหรือยัง
3. VLAN Enable หรือไม่
4. Port Mode ถูกหรือไม่
5. Tagged/Untagged ถูกหรือไม่
6. PVID ถูกหรือไม่
7. Switch มี VLAN นั้นหรือไม่
8. AP Tag VLAN ถูกหรือไม่
9. DHCP ของ VLAN เปิดหรือไม่
10. Firewall Block หรือไม่
㊺ ได้ IP ผิด VLAN แก้อย่างไร
ตัวอย่าง Staff PC ควรได้
192.168.10.x
แต่กลับได้
192.168.20.x
ให้ตรวจ
Access VLAN
PVID
Native/Untagged VLAN
SSID VLAN ID
เป็นอันดับแรก
มักเกิดจาก Port ถูกกำหนดไปยัง VLAN ผิด
㊻ ไม่ได้รับ IP Address
ถ้า Client แสดง IP ในลักษณะ
169.254.x.x
อาจหมายถึงไม่ได้รับ DHCP Lease
ตรวจ
VLAN DHCP Server
Trunk
Allowed VLAN
PVID
Tagged/Untagged
DHCP Relay
ให้ครบ
㊼ Ping Gateway ไม่ได้
หาก Client ได้
192.168.20.100
Gateway
192.168.20.1
แต่ Ping Gateway ไม่ได้ ให้ตรวจ Layer 2 ก่อน เช่น
Port VLAN
VLAN Membership
PVID
Trunk
SSID VLAN Tag
เพราะ Packet อาจยังไปไม่ถึง Interface ของ Router
㊽ Ping Gateway ได้แต่ Internet ไม่ได้
หาก Client Ping Gateway ได้แล้ว แต่ Internet ไม่ได้ ให้ตรวจ
WAN
DNS
NAT
Firewall
Access Policy
Default Route
ในขั้นตอนต่อไป
แสดงว่า VLAN Layer 2/3 เบื้องต้นอาจทำงานแล้ว
㊾ VLAN ติดต่อกันไม่ได้
หากตั้งใจให้ Staff ติดต่อ Server แต่ไม่ได้ ให้ตรวจ
Inter-VLAN Routing
Firewall
Server Firewall
Subnet Mask
Gateway
อย่ารีบเปลี่ยน Tagged/Untagged หาก Client สามารถเข้าถึง Gateway ของ VLAN ตัวเองได้อยู่แล้ว
㊿ Checklist ตั้ง VLAN บน D-Link
✓ วางแผน VLAN ก่อน
✓ VLAN ID ไม่ซ้ำ
✓ IP Subnet ไม่ซ้ำ
✓ สร้าง VLAN บน Router
✓ กำหนด Gateway
✓ กำหนด DHCP
✓ Access Port ถูก VLAN
✓ PVID ถูกต้อง
✓ Trunk อนุญาต VLAN ที่ต้องใช้
✓ Switch ตั้ง VLAN ตรงกับ Router
✓ AP Tag VLAN ถูกต้อง
✓ Inter-VLAN Routing ตามความจำเป็น
✓ Firewall แยก Staff/Guest/CCTV
✓ ทดสอบ DHCP
✓ Ping Gateway
✓ ทดสอบ Internet
✓ ทดสอบการเข้าถึงระหว่าง VLAN
ตัวอย่าง VLAN สำหรับสำนักงาน
สามารถเริ่มจากโครงสร้าง
VLAN 10 – Staff
192.168.10.0/24
VLAN 20 – Guest
192.168.20.0/24
VLAN 30 – CCTV
192.168.30.0/24
VLAN 40 – Server
192.168.40.0/24
กำหนด Policy เช่น
Staff → Internet
Allow
Staff → Server
Allow ตามที่จำเป็น
Guest → Internet
Allow
Guest → Internal VLAN
Deny
CCTV → NVR
Allow
CCTV → Staff
Deny
ทำให้ Network มีโครงสร้างชัดเจนและควบคุม Security ได้ง่ายขึ้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตั้ง VLAN
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย ได้แก่
Router ไม่รองรับ VLAN แบบที่ต้องการ
VLAN ID Router กับ Switch ไม่ตรงกัน
ตั้ง Access Port เป็น Trunk ผิด
ตั้ง Trunk เป็น Access
PVID ผิด
Tagged/Untagged ผิด
ลืม Allow VLAN บน Trunk
DHCP ผิดวง
ใช้ Subnet ซ้ำกัน
AP ไม่รองรับ VLAN
เปิด Inter-VLAN Routing มากเกินความจำเป็น
ไม่มี Firewall แยก Guest จาก Network ภายใน
สรุป
การตั้ง VLAN บน Router D-Link เป็นพื้นฐานสำคัญของเครือข่ายธุรกิจ เพราะช่วยแบ่งพนักงาน Guest กล้องวงจรปิด Server และอุปกรณ์อื่นออกเป็น Network แยกจากกัน แม้จะใช้ Infrastructure ชุดเดียวกัน
หัวใจสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ
VLAN ID
Access Port
Trunk Port
Tagged
Untagged
PVID
DHCP
Inter-VLAN Routing
Firewall
ควรเริ่มด้วย VLAN จำนวนน้อยก่อน เช่น Staff, Guest และ CCTV จากนั้นทดสอบทีละ VLAN ตั้งแต่ DHCP → Gateway → Internet → Inter-VLAN Access
แนวทางของ comsiam คืออย่าสร้าง VLAN เพียงเพื่อแบ่ง IP แต่ควรออกแบบ Security Policy ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะ Guest และ CCTV ที่ไม่ควรสามารถเข้าถึงระบบภายในทั้งหมดได้โดยอัตโนมัติ