วิธีตั้ง QoS ให้กล้องวงจรปิดบน Router D-Link ให้ภาพส่งต่อเนื่องและไม่แย่งอินเทอร์เน็ต

การตั้ง QoS ให้กล้องวงจรปิดบน Router D-Link เหมาะกับบ้าน ร้านค้า สำนักงาน หรือโรงงานที่มีระบบ CCTV ส่งภาพผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น ดูกล้องจากภายนอก, Backup ขึ้น Cloud, ส่งภาพไปศูนย์กลาง หรือใช้งาน NVR หลายเครื่องพร้อมกัน

หากไม่มีการจัดการ Bandwidth ระบบกล้องอาจใช้ Upload ต่อเนื่องจนกระทบกับงานอื่น หรือในทางกลับกัน เมื่อมีผู้ใช้งาน Download/Upload หนัก กล้องอาจเกิดภาพกระตุก ดีเลย์ หรือ Remote View ไม่เสถียร

บทความนี้จาก comsiam จะอธิบายวิธีตั้ง QoS สำหรับกล้องวงจรปิดอย่างเหมาะสม โดยเน้นให้ระบบกล้องมี Bandwidth เพียงพอโดยไม่ดึงความสำคัญจากงานอื่นมากเกินไป

① QoS สำหรับกล้องวงจรปิดคืออะไร

QoS หรือ Quality of Service คือระบบจัดลำดับความสำคัญของ Traffic

ในเครือข่ายที่มี

NVR
กล้อง IP
Notebook
โทรศัพท์
Smart TV
NAS
เครื่องประชุม

Router สามารถกำหนดว่า Traffic จากอุปกรณ์ใดควรได้รับ Priority มากกว่ากัน

ตัวอย่าง

Meeting PC → Highest
NVR → High
Office PC → Medium
Guest Wi-Fi → Normal

ช่วยให้เครือข่ายทำงานสมดุลขึ้นเมื่อ Bandwidth เริ่มเต็ม

② กล้องวงจรปิดใช้ Bandwidth แบบไหน

กล้อง IP ส่ง Video Stream ต่อเนื่อง

ปริมาณ Bandwidth ขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น

  • Resolution

  • Frame Rate

  • Codec

  • Bitrate

  • จำนวนกล้อง

  • จำนวน Stream

  • การดูผ่านอินเทอร์เน็ต

  • Cloud Recording

ตัวอย่างกล้องหนึ่งตัวอาจส่งข้อมูลประมาณ

2 Mbps
4 Mbps
8 Mbps

หรือมากกว่านั้นตามคุณภาพภาพ

หากมีกล้องหลายตัว Bandwidth รวมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

③ กล้องบันทึกลง NVR ภายใน LAN ต้องใช้ QoS Internet หรือไม่

หากกล้องส่งภาพไปยัง NVR ภายในเครือข่ายเดียวกัน เช่น

IP Camera
↓
LAN Switch
↓
NVR

Traffic ส่วนใหญ่ไม่ได้ออก Internet

QoS บน Router ฝั่ง WAN จึงอาจมีผลน้อย

ในกรณีนี้ควรตรวจ

  • Switch Capacity

  • Gigabit Ethernet

  • PoE Switch

  • Network Cable

  • VLAN

  • Uplink Bandwidth

มากกว่า QoS Internet

④ QoS สำคัญเมื่อกล้องส่งออก Internet

QoS มีประโยชน์มากขึ้นเมื่อระบบมี

Remote Viewing
Cloud Recording
Remote NVR
Central Monitoring
Off-site Backup

เพราะ Traffic ต้องผ่าน WAN ของ Router D-Link

โดยเฉพาะ Upload Bandwidth

⑤ Upload คือจุดสำคัญที่สุด

สมมติอินเทอร์เน็ตมี

Download: 500 Mbps
Upload: 100 Mbps

ระบบกล้องใช้ Upload รวม

60 Mbps

และมี Cloud Backup ใช้อีก

35 Mbps

Bandwidth Upload จะเหลือน้อยมาก

ผลคือ

  • ดูกล้องจากภายนอกกระตุก

  • Video Conference ช้า

  • VoIP Delay

  • Ping สูง

QoS ช่วยจัดลำดับ Traffic ในสถานการณ์แบบนี้ได้

⑥ คำนวณ Bandwidth ของกล้องก่อน

สมมติมีกล้อง 8 ตัว

แต่ละตัวใช้ Bitrate

4 Mbps

Bandwidth รวมโดยประมาณคือ

8 × 4 Mbps
= 32 Mbps

ถ้ามีกล้อง 16 ตัว

16 × 4 Mbps
= 64 Mbps

ตัวเลขจริงอาจแตกต่างตาม Codec, Motion และ Bitrate Mode

จึงควรดูค่าจากระบบกล้องจริง

⑦ ตรวจว่า Traffic ออกจาก Internet จริงเท่าไร

ไม่ใช่ทุก Stream ของกล้องจะถูก Upload ออก Internet

ตัวอย่างกล้อง 16 ตัวบันทึกเข้า NVR ภายใน LAN

Camera
→ NVR

Traffic นี้อยู่ใน LAN

แต่เมื่อมีผู้ใช้ Remote View 4 กล้อง

NVR
→ Internet
→ Smartphone

เฉพาะ Stream ที่ถูกส่งออกจึงใช้ Upload WAN

ดังนั้นควรแยก LAN Traffic กับ WAN Traffic ให้ออก

⑧ ระบุ IP ของ NVR

หากต้องการตั้ง QoS ตาม Device ควรทราบ IP ของ NVR

ตัวอย่าง

192.168.0.200

สามารถตรวจได้จาก

  • DHCP Client List

  • Connected Devices

  • Network Settings ของ NVR

จากนั้นควรตั้ง IP ให้คงที่

⑨ ตั้ง Static IP หรือ DHCP Reservation ให้ NVR

ตัวอย่าง

NVR
→ 192.168.0.200

ควรให้ IP นี้คงเดิม

สามารถใช้

Static IP

หรือ

DHCP Reservation

เพื่อช่วยให้ QoS, Port Forwarding และ Monitoring ทำงานง่ายขึ้น

⑩ เข้าหน้า Router D-Link

เชื่อมต่อกับ Router ผ่าน LAN หรือ Wi-Fi

จากนั้นเปิด Browser และเข้า Gateway เช่น

192.168.0.1

หรือ

192.168.1.1

แล้ว Login ด้วยบัญชี Administrator

⑪ เข้าเมนู QoS

ตำแหน่งเมนูขึ้นอยู่กับรุ่นและ Firmware

อาจพบใน

Features
→ QoS Engine

หรือ

Advanced
→ QoS

บางรุ่นอาจใช้ชื่อ

Traffic Control
Traffic Management
QoS Engine

หลักการคือค้นหาเมนูที่เกี่ยวข้องกับ Priority หรือ Bandwidth

⑫ เปิด Enable QoS

เปิด

Enable QoS

หรือ

QoS Engine
→ Enable

จากนั้น Router อาจให้กำหนด

Download Speed
Upload Speed
Device Priority

ก่อนจัด Priority ให้ NVR

⑬ วัดความเร็ว Internet จริง

ก่อนตั้ง QoS ควรวัดความเร็วจริง

ตัวอย่าง

Download: 480 Mbps
Upload: 95 Mbps

ไม่ควรใช้ตัวเลขตามแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว หากความเร็วใช้งานจริงต่ำกว่า

โดยเฉพาะ Upload เพราะมีผลกับ CCTV Remote View โดยตรง

⑭ ตั้ง Upload Speed ให้ถูกต้อง

สมมติ Upload จริงประมาณ

95 Mbps

ควรกำหนดค่าให้ใกล้เคียงความเร็วจริง

หากใส่

500 Mbps

ทั้งที่สาย Upload ได้จริงเพียง 100 Mbps QoS อาจประเมินจุด Congestion ไม่ถูกต้อง

⑮ เลือก NVR จาก Connected Clients

ในหน้า QoS อาจเห็นรายการ

NVR-CCTV
Meeting-PC
NAS
Smart-TV
Office-PC

เลือก NVR โดยตรวจ

Device Name
IP Address
MAC Address

ให้ตรงกับเครื่องจริง

⑯ ควรตั้ง NVR เป็น Highest หรือ High

สำหรับระบบทั่วไป ไม่จำเป็นต้องตั้ง NVR เป็น Highest เสมอไป

ตัวอย่างที่สมดุลกว่า

Meeting PC → Highest
VoIP → Highest
NVR → High
Office PC → Medium
Guest → Normal

เพราะ Video Conference และ VoIP มักไวต่อ Latency มากกว่า Video Stream ของ CCTV

⑰ เมื่อไรควรตั้ง NVR เป็น Highest

อาจพิจารณา Highest หากกล้องเป็นระบบสำคัญ เช่น

  • ศูนย์รักษาความปลอดภัย

  • ระบบแจ้งเหตุ

  • Remote Monitoring

  • โรงงาน

  • โกดัง

  • ระบบที่ต้องดูภาพ Real-Time ตลอดเวลา

แต่ควรทดสอบผลกระทบกับอุปกรณ์อื่นด้วย

⑱ กล้องสำหรับร้านค้าควรตั้งอย่างไร

ตัวอย่างร้านค้า

POS → Highest
NVR → High
Staff Device → Medium
Guest Wi-Fi → Normal

ระบบ POS ควรมีความสำคัญสูงสุด เพราะเกี่ยวข้องกับธุรกรรม

ส่วน NVR ให้ High เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการ Remote View

⑲ กล้องสำหรับสำนักงานควรตั้งอย่างไร

ตัวอย่าง

Video Conference → Highest
VoIP → Highest
NVR → High
Staff PCs → Medium
Guest Wi-Fi → Normal

นี่มักเหมาะสมกว่าการให้ CCTV เป็น Highest ทุกกรณี

⑳ กล้องสำหรับโกดังหรือโรงงาน

หากระบบกล้องถูกใช้เพื่อ

Security Monitoring
Production Monitoring
Safety Monitoring

สามารถกำหนด

NVR
→ High

และให้ Traffic ที่ไม่สำคัญ เช่น Guest Wi-Fi หรือ Download Station อยู่ระดับต่ำกว่า

㉑ กล้อง IP แต่ละตัวต้องตั้ง QoS หรือ NVR อย่างเดียว

ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง

ถ้ากล้องทั้งหมดส่งออก Internet โดยตรง อาจต้องจัด Priority รายกล้อง

แต่หาก

Camera
→ NVR
→ Internet

แล้ว Remote View ผ่าน NVR การกำหนด Priority ให้ NVR มักจัดการง่ายกว่า

㉒ ถ้ามีกล้องหลายสิบตัว

ระบบขนาดใหญ่ไม่ควรพึ่ง QoS แบบ Device Priority ของ Router บ้านเพียงอย่างเดียว

ควรออกแบบ

  • VLAN CCTV

  • Managed Switch

  • Dedicated NVR Network

  • Bandwidth Policy

  • Business Router

  • Firewall

  • QoS Policy

ให้เหมาะกับจำนวนกล้อง

㉓ แยก VLAN กล้องช่วยได้หรือไม่

ช่วยได้มากในระบบธุรกิจ

ตัวอย่าง

VLAN 10 → Staff
VLAN 20 → Guest
VLAN 30 → CCTV

ข้อดีคือ

  • แยก Broadcast Domain

  • บริหาร Security ง่าย

  • สร้าง QoS Policy ง่าย

  • ควบคุม Internet Access ของกล้องได้

  • ลดผลกระทบต่อ Network อื่น

㉔ QoS กับ VLAN ทำงานร่วมกันได้ไหม

ได้ หาก Router หรือ Firewall รองรับ

สามารถสร้างแนวคิด เช่น

CCTV VLAN
→ High Priority

หรือ

Guest VLAN
→ Low Priority

ระบบนี้เหมาะกับสำนักงานและองค์กรที่มีหลาย Network Segment

㉕ QoS ต่างจาก Bandwidth Limit

QoS คือ

Priority

ส่วน Bandwidth Limit คือ

Maximum Speed

ตัวอย่าง

NVR → High Priority

หมายถึงให้ NVR ได้รับความสำคัญก่อน

ส่วน

Guest Wi-Fi → 20 Mbps

คือจำกัด Guest ไม่ให้ใช้เกิน 20 Mbps

สองระบบสามารถใช้ร่วมกันได้หาก Router รองรับ

㉖ ควรจำกัด Bandwidth ของ NVR หรือไม่

หาก NVR ใช้ Upload มากจนกระทบเครือข่าย อาจพิจารณา Limit

แต่ต้องระวังไม่ให้ต่ำกว่าที่ Video Stream ต้องการ

ตัวอย่าง NVR ต้องใช้จริง

30 Mbps

แต่จำกัดไว้

10 Mbps

อาจทำให้

  • ภาพลดคุณภาพ

  • Frame Drop

  • Remote View กระตุก

จึงควรวัด Traffic จริงก่อน

㉗ ลด Bitrate ช่วยได้ไหม

หาก Bandwidth ไม่เพียงพอ สามารถลด Bitrate ของกล้องได้

ตัวอย่างจาก

8 Mbps

ลดเป็น

4 Mbps

แต่คุณภาพภาพอาจลดลง

ควรหาสมดุลระหว่าง

Image Quality
Bandwidth
Storage

㉘ H.265 ช่วยลด Bandwidth ได้หรือไม่

เมื่ออุปกรณ์รองรับ H.265 อาจใช้ Bandwidth ต่ำกว่า H.264 ในระดับคุณภาพใกล้เคียงกัน

แต่ประสิทธิภาพจริงขึ้นอยู่กับ

  • กล้อง

  • NVR

  • Scene

  • Bitrate Setting

  • Motion

ควรทดสอบกับระบบจริง

㉙ Main Stream กับ Sub Stream

ระบบ CCTV จำนวนมากมี

Main Stream

สำหรับบันทึกคุณภาพสูง

และ

Sub Stream

สำหรับดูผ่านมือถือหรือ Remote View

การใช้ Sub Stream จากภายนอกช่วยลด Bandwidth ได้มาก

ตัวอย่าง

Main Stream: 4 Mbps
Sub Stream: 512 Kbps

เหมาะกับการดูหลายกล้องผ่านอินเทอร์เน็ต

㉚ Remote View กระตุกควรลด Stream ก่อนหรือเปิด QoS

ควรตรวจทั้งสองส่วน

หาก Bandwidth Upload ไม่พอ อาจต้องลด Stream

หาก Upload เพียงพอแต่ถูกอุปกรณ์อื่นแย่ง Bandwidth QoS สามารถช่วยได้

ดังนั้น

Bandwidth ไม่พอ
→ ลด Bitrate/Stream
Bandwidth ถูกแย่ง
→ QoS

㉛ กล้อง Cloud ใช้ QoS อย่างไร

กล้องที่ Upload Cloud ตลอดเวลาสามารถใช้ Upload จำนวนมาก

ถ้ากล้องเชื่อมตรง Router และมี Device Priority สามารถตั้ง

Cloud Camera
→ High

แต่หากมีกล้องจำนวนมาก ควรใช้ VLAN และ Policy ที่เหมาะสมมากกว่า

㉜ CCTV Cloud Backup อาจทำให้เน็ตช้า

Cloud Backup สามารถสร้าง Upload Traffic ต่อเนื่อง

ตัวอย่าง

NVR Backup
→ 70 Mbps

บน Internet Upload

100 Mbps

เหลือเพียงประมาณ 30 Mbps สำหรับระบบอื่น

อาจต้องใช้

  • QoS

  • Bandwidth Limit

  • Schedule Backup

ร่วมกัน

㉝ ตั้งเวลา Backup นอกเวลางาน

วิธีลดปัญหาที่มีประสิทธิภาพคือกำหนด Backup ในช่วงกลางคืน

ตัวอย่าง

23:00
→ 05:00

แทนช่วงที่พนักงานใช้ Video Conference และ Cloud Service จำนวนมาก

QoS จึงไม่ต้องรับภาระหนักเกินไป

㉞ ดูกล้องจากมือถือหลายคนพร้อมกัน

หากมีผู้ใช้ Remote View หลายคนพร้อมกัน Upload จากไซต์ต้นทางจะเพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง

User 1
User 2
User 3
User 4

ดูกล้องพร้อมกัน

NVR อาจต้องส่ง Video Stream หลายชุดออก Internet

ควรตรวจ Upload Capacity ให้เพียงพอ

㉟ QoS ช่วย Port Forwarding หรือไม่

QoS กับ Port Forwarding เป็นคนละระบบ

QoS
= จัด Priority
Port Forwarding
= เปิดทางจาก Internet เข้า NVR

การตั้ง QoS ไม่ทำให้ Port เปิด

และการทำ Port Forwarding ไม่ได้ทำให้ Traffic ได้ Priority สูงขึ้น

㊱ QoS ช่วย DDNS หรือไม่

DDNS มีหน้าที่

Hostname
→ Public IP

QoS ไม่มีผลกับการทำงานของ Hostname โดยตรง

ดังนั้นถ้าดูกล้องผ่าน DDNS ไม่ได้ ต้องตรวจ

  • DDNS

  • Port Forwarding

  • Public IP

  • CGNAT

แยกจาก QoS

㊲ กล้องกระตุกใน LAN QoS WAN อาจไม่ช่วย

หากดูภาพจาก

PC
→ NVR

ภายใน Network เดียวกันแล้วกระตุก ควรตรวจ

Switch
LAN Cable
PoE
Network Interface
NVR Performance
Camera Bitrate

เพราะปัญหาอาจไม่เกี่ยวกับ Internet เลย

㊳ ตรวจ Switch Uplink

สมมติมีกล้อง 48 ตัวต่อผ่าน Switch

หากแต่ละกล้องใช้

8 Mbps

Traffic รวมประมาณ

384 Mbps

ถ้า Uplink มีปัญหาหรือ Negotiation ไม่ถูกต้อง ภาพอาจกระตุกได้

ควรใช้ Gigabit หรือความเร็วสูงกว่าตามขนาดระบบ

㊴ PoE Switch มีผลกับภาพไหม

มีได้

หาก PoE Budget ไม่เพียงพอ กล้องบางตัวอาจ

  • Restart

  • หลุด

  • ทำงานไม่เสถียร

นี่ไม่ใช่ปัญหา QoS

ควรตรวจ

PoE Budget
Power Consumption
Switch Capacity

ด้วย

㊵ กล้อง Wi-Fi กระตุก QoS ช่วยได้ไหม

ถ้าปัญหาเกิดจาก Bandwidth WAN เต็ม QoS อาจช่วย

แต่ถ้ากล้อง Wi-Fi มี

  • Signal อ่อน

  • Interference

  • Channel หนาแน่น

  • อยู่ไกล AP

QoS ไม่สามารถแก้ Wireless Link ได้

ควรปรับตำแหน่ง AP หรือใช้สาย LAN หากเป็นไปได้

㊶ ต้องตั้ง Priority ให้กล้องแต่ละตัวไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป

สำหรับระบบทั่วไป หาก Traffic ออก Internet ผ่าน NVR

Camera
→ NVR
→ WAN

ตั้ง Priority ให้ NVR จะง่ายกว่า

แต่ระบบ Cloud Camera ที่แต่ละกล้องออก Internet โดยตรงอาจต้องบริหารรายอุปกรณ์หรือราย VLAN

㊷ ตั้งทุกกล้อง Highest ดีไหม

ไม่ควร

หากมีกล้อง 30 ตัวทั้งหมดเป็น Highest จะลดประโยชน์ของ Priority

ควรจัดตามกลุ่ม เช่น

Security NVR → High
Meeting PC → Highest
VoIP → Highest
Staff → Medium
Guest → Normal

สมดุลมากกว่า

㊸ QoS ทำให้บันทึกภาพดีขึ้นไหม

หากกล้องบันทึกเข้า NVR ภายใน LAN QoS WAN มักไม่ได้ทำให้คุณภาพ Recording ดีขึ้นโดยตรง

คุณภาพ Recording ขึ้นอยู่กับ

  • Camera Bitrate

  • Storage

  • HDD

  • NVR Performance

  • LAN Capacity

QoS จะมีผลมากกว่ากับ Remote Traffic ผ่าน Internet

㊹ Speed Test ช้าหลังเปิด QoS

หากพบว่า Internet ช้าลงมาก ให้ตรวจ Bandwidth Setting

ตัวอย่าง Internet จริง

500 Mbps

แต่ QoS กำหนด

100 Mbps

Router อาจควบคุม Traffic ตามค่าที่ตั้งไว้

ควรแก้ให้ใกล้เคียงความเร็วจริง

㊺ Router รองรับ CCTV หลายตัวหรือไม่

จำนวน Device ไม่ใช่ปัจจัยเดียว

ต้องดู

  • CPU

  • RAM

  • NAT Throughput

  • QoS Throughput

  • Concurrent Sessions

  • Bandwidth

สำหรับระบบกล้องจำนวนมากควรใช้ Business Router หรือ Firewall ที่รองรับ Traffic จริง

㊻ วิธีทดสอบ QoS สำหรับ CCTV

ทดสอบก่อนและหลังเปิด QoS

ตัวอย่าง

1. เปิด Remote View กล้อง
2. ให้อีกเครื่อง Upload ไฟล์ขนาดใหญ่
3. สังเกตภาพ
4. เปิด QoS
5. ตั้ง NVR เป็น High
6. ทดสอบซ้ำ

เปรียบเทียบ

  • ภาพกระตุก

  • Delay

  • Disconnect

  • Bitrate

  • Latency

㊼ ถ้า QoS แล้วภาพยังค้าง

ตรวจตามลำดับ

1. Upload เพียงพอหรือไม่
2. NVR CPU เต็มหรือไม่
3. Bitrate สูงเกินไปหรือไม่
4. Network LAN ปกติหรือไม่
5. QoS เลือก NVR ถูกเครื่องหรือไม่
6. Bandwidth QoS ถูกหรือไม่
7. Internet ISP มี Packet Loss หรือไม่
8. Remote Device มี Internet ดีหรือไม่

㊽ Checklist ตั้ง QoS ให้กล้องวงจรปิด

✓ ตรวจจำนวนกล้อง
✓ ตรวจ Bitrate
✓ คำนวณ Bandwidth
✓ ตรวจ Upload Internet
✓ ตั้ง NVR IP คงที่
✓ เปิด QoS
✓ กรอก Download/Upload ถูกต้อง
✓ เลือก NVR ถูกเครื่อง
✓ ตั้ง High ตามความสำคัญ
✓ ไม่ตั้งทุก Device เป็น Highest
✓ ลด Guest/Backup Traffic หากจำเป็น
✓ ทดสอบ Remote View จริง

ตัวอย่างการตั้ง QoS ที่สมดุล

สำหรับสำนักงานที่มีระบบ CCTV สามารถเริ่มจาก

Highest
→ Video Conference
→ VoIP

High
→ NVR / CCTV

Medium
→ Staff Computers

Normal
→ Guest Wi-Fi
→ NAS Backup
→ Download Station

จากนั้นปรับตามลักษณะธุรกิจ

หาก CCTV เป็นระบบ Critical Monitoring อาจยกระดับ NVR ให้สูงขึ้นได้

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย

ข้อผิดพลาดในการตั้ง QoS สำหรับกล้อง ได้แก่

  • ตั้ง NVR เป็น Highest โดยไม่ดู Traffic อื่น

  • ไม่คำนวณ Upload

  • คิดว่า QoS เพิ่ม Bandwidth

  • ใช้ QoS แก้ปัญหา LAN ช้า

  • ตั้งทุกกล้อง Priority สูงสุด

  • ไม่ตั้ง IP ของ NVR ให้คงที่

  • Bitrate สูงเกิน Bandwidth

  • Cloud Backup ทำงานช่วงเวลางาน

  • Router ไม่รองรับ Throughput ที่ต้องใช้

สรุป

การตั้ง QoS ให้กล้องวงจรปิดบน Router D-Link มีประโยชน์มากเมื่อระบบ CCTV ต้องส่งข้อมูลผ่าน Internet เช่น Remote View, Cloud Recording หรือ Backup ไปยังสถานที่อื่น

แนวทางที่เหมาะสมคือวัด Upload จริง คำนวณ Bandwidth ของกล้อง ตั้ง IP ของ NVR ให้คงที่ เปิด QoS และกำหนด NVR เป็น High Priority โดยไม่จำเป็นต้องใช้ Highest ทุกกรณี

หากกล้องบันทึกอยู่ภายใน LAN เป็นหลัก ควรให้ความสำคัญกับ Switch, VLAN, Uplink และ Network Capacity มากกว่า QoS ฝั่ง Internet

แนวทางของ comsiam คือให้จัด CCTV เป็น Traffic สำคัญ แต่ยังต้องรักษาสมดุลกับ Video Conference, VoIP และระบบธุรกิจอื่น เพื่อให้เครือข่ายโดยรวมทำงานได้เสถียรที่สุด

Popular posts from this blog

TP-Link TL-MR100 Setup Guide – วิธีติดตั้งและตั้งค่า Router ใส่ซิม 4G ใช้งานจริง ตั้งค่าเน็ตมือถือให้ปล่อย Wi-Fi ได้ทันที แบบละเอียดทุกขั้นตอน

คอมพิวเตอร์เปิดแล้วดับเอง เกิดจากอะไร

คอมพิวเตอร์มองไม่เห็นฮาร์ดดิสก์หรือ SSD แก้ยังไง