วิธีตั้งค่า DNS บน Router D-Link
การตั้งค่า DNS บน Router D-Link ช่วยให้ผู้ใช้กำหนดว่า Router จะใช้ DNS Server ใดในการค้นหา IP Address ของเว็บไซต์และบริการต่าง ๆ แทนที่จะใช้ DNS ที่ได้รับจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว
การเปลี่ยน DNS สามารถมีประโยชน์เมื่อ DNS เดิมมีปัญหา เข้าเว็บไซต์บางแห่งไม่ได้ ต้องการใช้ Public DNS ที่เลือกเอง หรือต้องการจัดการ DNS ของอุปกรณ์ภายในบ้านจาก Router จุดเดียว
บทความนี้ comsiam จะอธิบาย วิธีตั้งค่า DNS บน Router D-Link ตั้งแต่ Primary DNS, Secondary DNS, DNS Relay, DNS ฝั่ง WAN ไปจนถึง Secure DNS และวิธีตรวจสอบว่าเปลี่ยน DNS แล้วใช้งานจริงหรือไม่
หมายเหตุ: หน้าตาเมนูและความสามารถเรื่อง DNS แตกต่างกันตาม D-Link แต่ละรุ่น บางรุ่นให้กรอก DNS ใน Internet Settings โดยตรง บางรุ่นมี DNS Relay และ Router รุ่นใหม่บางรุ่นอาจมี Secure DNS หรือ DNS-over-HTTPS เพิ่มเข้ามา
🌐 DNS คืออะไร
DNS ย่อมาจาก
Domain Name System
ทำหน้าที่แปลงชื่อเว็บไซต์ที่มนุษย์จำง่าย เช่น
example.com
ให้กลายเป็น IP Address ที่ระบบ Network ใช้ติดต่อกัน
หากไม่มี DNS ผู้ใช้อาจต้องจำ IP Address ของ Server แต่ละแห่งด้วยตัวเอง
① DNS ทำงานอย่างไร
เมื่อพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ใน Browser
กระบวนการแบบง่ายคือ
มือถือ / PC
↓
ถาม DNS
↓
DNS หา IP ของ Domain
↓
ส่ง IP กลับมา
↓
Browser ติดต่อ Server ปลายทาง
ดังนั้นหาก DNS มีปัญหา อาจเกิดอาการ Internet เชื่อมอยู่แต่เปิดเว็บไซต์ด้วยชื่อไม่ได้
② Primary DNS คืออะไร
Primary DNS คือ DNS Server หลักที่ Router หรือ Client ใช้สำหรับการค้นหาชื่อ Domain ตาม Configuration
ในหน้าตั้งค่า D-Link มักเห็นช่อง
Primary DNS Server
และ
Secondary DNS Server
ผู้ใช้สามารถกรอก DNS ตามที่ต้องการ หาก Firmware และ Connection Type รองรับ
③ Secondary DNS คืออะไร
Secondary DNS เป็น DNS Server สำรองหรือ DNS Server เพิ่มเติมตามการทำงานของระบบ
หาก Primary DNS ไม่พร้อมใช้งาน ระบบสามารถใช้ DNS Server อื่นที่ได้รับการกำหนดไว้ได้ตามพฤติกรรมของ Client และ Router
จึงมักตั้งอย่างน้อยสอง DNS Address เมื่อผู้ให้บริการ DNS มี Address สำรองให้
⚠️ Secondary DNS ไม่ใช่ DNS ที่ใช้เฉพาะเมื่อ Primary ล่มเสมอไป
Operating System และอุปกรณ์แต่ละชนิดอาจเลือกใช้ DNS Server ที่ได้รับมาด้วยพฤติกรรมแตกต่างกัน
บางระบบสามารถสอบถาม Server หลายตัวตาม Algorithm ของตัวเอง
ดังนั้นไม่ควรคิดว่า Primary จะถูกใช้ 100% ก่อน Secondary ทุกครั้ง
④ DNS ของ ISP คืออะไร
เมื่อ Router เชื่อม Internet ผ่าน
Dynamic IP
PPPoE
DHCP
WAN Connection
ผู้ให้บริการอาจส่ง DNS Server มาให้อัตโนมัติ
Router จึงสามารถใช้งาน Internet ได้โดยไม่ต้องกรอก DNS ด้วยมือ
ในบ้านทั่วไป หาก Internet ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน DNS เสมอไป
⑤ ทำไมบางคนต้องการเปลี่ยน DNS
เหตุผลที่พบบ่อย ได้แก่
DNS ของ ISP ตอบสนองผิดปกติ
เปิดบาง Domain ไม่ได้
ต้องการใช้ Public DNS
ต้องการ DNS ที่มี Security Feature
ต้องการ DNS Filtering
ต้องการควบคุม DNS จาก Router
ต้องการทดลองแก้ปัญหา DNS Resolution
ต้องการใช้ Secure DNS ใน Router ที่รองรับ
แต่ไม่ควรคาดหวังว่าการเปลี่ยน DNS จะเพิ่มความเร็ว Internet ทั้งหมด
⚠️ เปลี่ยน DNS ไม่ได้เพิ่ม Bandwidth
สมมติ Package Internet คือ
500 Mbps
การเปลี่ยน DNS ไม่ได้ทำให้กลายเป็น
1 Gbps
DNS มีผลกับกระบวนการค้นหาชื่อ Domain เป็นหลัก
Download Speed หลังเชื่อมต่อ Server แล้วขึ้นกับ
ISP
Server
Routing
Wi-Fi
LAN
Bandwidth
ไม่ใช่ DNS เพียงอย่างเดียว
⑥ DNS ช่วยให้เปิดเว็บเร็วขึ้นไหม
อาจมีผลกับช่วง
DNS Lookup
หาก DNS Server ตอบสนองเร็วและเสถียรกว่าเดิม
แต่ผลที่รู้สึกได้อาจแตกต่างกันมากตาม
Cache
ISP
Website
Browser
Network
DNS Provider
จึงควรทดสอบจริงมากกว่าเลือกจากคำว่า “เร็วที่สุด”
🔧 ก่อนเปลี่ยน DNS ควรจดค่าเดิม
ก่อนแก้ Router ควรดูว่า DNS เดิมเป็น
Automatic
หรือมี IP กรอกไว้แล้ว
ถ้าต้องการย้อนกลับ จะสามารถตั้งเป็น
Automatic DNS
หรือค่าดั้งเดิมได้ง่าย
⑦ เข้า Router D-Link
เชื่อมโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์กับ D-Link
จากนั้นเปิด Browser
แล้วเข้า
192.168.0.1
หรือ Management IP ที่ Router ใช้อยู่
ใน D-Link บางรุ่นสามารถใช้
dlinkrouter.local
⑧ Login
กรอก Admin Password
จากนั้นเข้าสู่หน้า Configuration
อย่าสับสน Admin Password กับ Wi-Fi Password
⑨ เข้า Settings → Internet
D-Link รุ่นใหม่หลายรุ่นสามารถพบ DNS ใน
Settings
↓
Internet
จากนั้นดู Internet Connection ปัจจุบัน เช่น
Dynamic IP
PPPoE
หรือ
Static IP
แล้วเปิด
Advanced Settings
ถ้ามี
⑩ หา Primary DNS และ Secondary DNS
มองหาช่อง
Primary DNS Server
และ
Secondary DNS Server
บาง Firmware อาจใช้คำว่า
Primary DNS Address
Secondary DNS Address
หรือ
DNS Server
หลักการเหมือนกัน
⑪ Automatic DNS คืออะไร
ถ้า Router รับ DNS จาก ISP โดยอัตโนมัติ
อาจเห็นช่อง DNS ถูกเติมให้อัตโนมัติ หรือมีตัวเลือกประมาณ
Obtain DNS Automatically
Get Dynamically from ISP
Automatic
หากไม่ต้องการใช้ DNS Manual สามารถใช้โหมดนี้ได้
⑫ Manual DNS คืออะไร
Manual DNS คือการกำหนด DNS Server เอง
ตัวอย่างรูปแบบ
Primary DNS: xxx.xxx.xxx.xxx
Secondary DNS: xxx.xxx.xxx.xxx
ต้องใช้ IP ของ DNS Provider ที่ต้องการจริง
อย่ากรอก IP แบบสุ่ม
⚠️ อย่าใส่ Gateway ลงใน DNS โดยไม่รู้เหตุผล
ตัวอย่าง Router คือ
192.168.0.1
ไม่ได้หมายความว่า Primary DNS ต้องเป็น 192.168.0.1 เสมอไป
บาง Network ใช้ Router เป็น DNS Relay จึงอาจเห็น Router IP เป็น DNS ของ Client
แต่ DNS ฝั่ง WAN ของ Routerสามารถเป็น DNS Server อื่น
ต้องแยกระหว่าง
Client → Router DNS Relay
กับ
Router → Upstream DNS Server
🌐 DNS ฝั่ง WAN กับ DNS ฝั่ง LAN ต่างกันอย่างไร
จุดนี้สำคัญมาก
WAN DNS
เป็น DNS ที่ Router ใช้หรือได้รับจาก Internet Connection
LAN DNS
เป็น DNS Information ที่ Client ภายในได้รับผ่าน DHCP
ทั้งสองสามารถเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่จำเป็นต้องแสดง IP เหมือนกันเสมอไป
⑬ ตัวอย่าง Router ใช้ DNS Relay
สมมติ D-Link LAN คือ
192.168.0.1
Router ใช้ Upstream DNS
DNS A
และ
DNS B
แต่โทรศัพท์อาจได้รับ DNS เป็น
192.168.0.1
หมายความว่าโทรศัพท์ถาม D-Link ก่อน
จากนั้น D-Link ส่ง Query ต่อไปยัง Upstream DNS
เรียกว่าแนวทาง
DNS Relay
⑭ DNS Relay คืออะไร
DNS Relay ทำให้ Router รับ DNS Query จาก Client ภายในก่อน
โครงสร้างอาจเป็น
Phone
↓
D-Link 192.168.0.1
↓
Upstream DNS
↓
Internet
ข้อดีคือ Router เป็นจุดกลางในการจัดการ DNS ของ LAN
⚠️ เปลี่ยน WAN DNS แล้ว Client อาจยังเห็น 192.168.0.1
ถือว่าเป็นเรื่องปกติได้หาก DNS Relay เปิดอยู่
โทรศัพท์อาจแสดง
DNS: 192.168.0.1
แต่ Router ด้านหลังสามารถ Forward Query ไปยัง DNS ที่กำหนดไว้ใหม่ได้
จึงไม่ควรดู IP DNS บนโทรศัพท์อย่างเดียวแล้วสรุปว่า Router ไม่ได้เปลี่ยน DNS
⑮ กรณีต้องการแจก DNS โดยตรงให้ Client
D-Link บางรุ่นสามารถกำหนดลักษณะการแจก DNS ผ่าน DHCP/DNS Relay ได้
ถ้าปิด DNS Relay ในรุ่นที่รองรับ Router อาจแจก DNS Server ที่กำหนดไปยัง Client โดยตรงตาม Configuration
ตัวอย่าง
Phone
↓
Public DNS โดยตรง
แทน
Phone
↓
D-Link DNS Relay
↓
Public DNS
การทำงานจริงขึ้นอยู่กับ Firmware
⚠️ อย่าปิด DNS Relay เพียงเพราะเห็นเมนู
DNS Relay มีประโยชน์ใน Network หลายรูปแบบ
ควรเปลี่ยนเฉพาะเมื่อเข้าใจว่าต้องการให้ Client ใช้ DNS แบบใด
สำหรับบ้านทั่วไป สามารถใช้ Default Configuration ก่อน แล้วเปลี่ยนเฉพาะ Upstream DNS ได้หาก Router รองรับ
⑯ ตั้ง DNS สำหรับ Dynamic IP
หาก D-Link WAN ใช้
Dynamic IP
เข้า
Internet → Dynamic IP → Advanced Settings
ในรุ่นที่รองรับ
จากนั้นกำหนด
Primary DNS
Secondary DNS
แทนค่าที่รับอัตโนมัติ
แล้ว Save
⑰ ตั้ง DNS สำหรับ PPPoE
หาก Internet ใช้
PPPoE
บาง Firmware จะมีตัวเลือกประมาณ
Get DNS Automatically
หรือ
Use These DNS Servers
ถ้าต้องการกำหนดเอง ให้เลือก Manual DNS แล้วกรอก
Primary DNS
และ
Secondary DNS
โดย PPPoE Username และ Password ยังคงเหมือนเดิม
⚠️ เปลี่ยน DNS ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน PPPoE
DNS กับ PPPoE เป็นคนละ Configuration
PPPoE
ใช้สร้าง Internet Session
DNS
ใช้ Resolve Domain Name
จึงไม่ควรแก้ PPPoE Username หรือ Password เพียงเพราะต้องการเปลี่ยน DNS
⑱ ตั้ง DNS สำหรับ Static IP
หาก ISP ให้ Static WAN IP
ต้องมีข้อมูล เช่น
IP Address
Subnet Mask
Gateway
Primary DNS
Secondary DNS
หาก ISP กำหนด DNS มาโดยเฉพาะ ควรพิจารณาข้อกำหนดของบริการก่อนเปลี่ยน
โดยเฉพาะระบบองค์กรหรือบริการเฉพาะทาง
⑲ กด Save หรือ Apply
หลังกรอก DNS
ตรวจตัวเลขอีกครั้ง
จากนั้นกด
Save
หรือ
Apply
Router บางรุ่นอาจ Restart Internet Connection หรือ Restart Router
รอจน WAN กลับมา Connected
✅ หลังเปลี่ยน DNS ควรทดสอบอะไร
ทดสอบอย่างน้อย
1. Router WAN Connected
2. เปิดเว็บไซต์ด้วย Domain ได้
3. เปิดหลายเว็บไซต์
4. Application ใช้งาน Internet ได้
5. DNS Resolution ไม่ขึ้น Error
ถ้าทุกอย่างทำงานปกติ แสดงว่า Configuration เบื้องต้นสำเร็จ
⑳ ปิด-เปิด Wi-Fi Client ใหม่
Client อาจยังมี
DHCP Lease เดิม
DNS Information เดิม
DNS Cache
จึงสามารถ Disconnect/Reconnect Wi-Fi หลังเปลี่ยน DNS
หรือ Renew DHCP เพื่อรับ Configuration ใหม่
🔄 Restart Router จำเป็นไหม
ไม่เสมอไป
หาก Router มีปุ่ม Save และ WAN กลับมา Connected สามารถทดสอบได้เลย
หาก DNS ยังไม่เปลี่ยนหรือระบบทำงานผิดปกติ สามารถ Restart Routerหนึ่งครั้งหลัง Save
ไม่จำเป็นต้อง Factory Reset
⚠️ อย่า Factory Reset เพื่อเปลี่ยน DNS
การเปลี่ยน DNS เป็น Configuration ปกติ
Factory Reset อาจลบ
PPPoE
Wi-Fi
Admin Password
DHCP Reservation
Port Forwarding
Parental Control
จึงไม่มีเหตุผลที่จะ Reset ทั้ง Router เพียงเพื่อเปลี่ยน DNS
🔍 วิธีรู้ว่าปัญหาเกิดจาก DNS หรือ Internet
อาการที่ช่วยแยกได้คือ
Internet Link มีปัญหา
WAN อาจ Disconnected หรือไม่มี WAN IP
DNS มีปัญหา
WAN Connected แต่เปิด Domain ไม่ได้
บาง Application ที่ใช้ IP โดยตรงอาจยังสื่อสารได้
อย่างไรก็ตามการทดสอบควรทำหลายวิธีเพื่อยืนยัน
㉑ Wi-Fi Connected แต่เว็บไซต์เปิดไม่ได้
ตรวจ
WAN Status
D-Link มี Internet หรือไม่
DNS
ตั้งถูกหรือไม่
Gateway
Client ได้ Gateway หรือไม่
DHCP
Client ได้ IP ถูกหรือไม่
Browser
มี Secure DNS ของตัวเองหรือไม่
อย่าสรุปทันทีว่า Wi-Fi เสีย
⚠️ กรอก DNS ผิดมีอาการอย่างไร
ตัวอย่างกรอก IP ของ DNS Server ผิด
Router อาจยัง
WAN Connected
แต่ Client เกิดอาการ
เปิดเว็บไซต์ไม่ได้
DNS_PROBE error
App บางตัวโหลดไม่ได้
Domain Resolve ช้า
ใช้ Internet ไม่เสถียร
วิธีทดสอบง่ายคือกลับ DNS เป็น Automatic แล้วเปรียบเทียบ
㉒ วิธีคืน DNS เดิม
เข้า
Settings → Internet
เลือก Connection ปัจจุบัน
จากนั้นเลือก
Automatic DNS
หรือ
Get Dynamically from ISP
แล้ว Save
หาก Internet กลับมาใช้งานได้ แสดงว่าค่า DNS Manual เดิมอาจมีปัญหา
🔒 Secure DNS คืออะไร
D-Link Router รุ่นใหม่บางรุ่นมี
Secure DNS
ซึ่งสามารถใช้
DNS-over-HTTPS หรือ DoH
เพื่อเข้ารหัส DNS Query ระหว่าง Router กับ DNS Provider ที่รองรับ
ทำให้ DNS Query ไม่ถูกส่งเป็น Plaintext แบบ DNS ปกติในเส้นทางส่วนนั้น
㉓ DNS-over-HTTPS ต่างจาก DNS ปกติอย่างไร
DNS ปกติแบบดั้งเดิมมักส่ง Query โดยไม่มีการเข้ารหัสแบบ HTTPS
Secure DNS หรือ DoH จะส่ง DNS Query ผ่าน HTTPS
ช่วยเพิ่ม Privacy และลดความเสี่ยงจากการแก้ไข DNS Query บางรูปแบบระหว่างเส้นทาง
แต่ต้องใช้ Router และ DNS Provider ที่รองรับ
⚠️ D-Link ทุก Router ไม่มี Secure DNS
อย่าหาเมนูแล้วคิดว่า Router เสียถ้าไม่พบ
Feature นี้ขึ้นอยู่กับ
รุ่น
Firmware
Region
Product Family
Router รุ่นเก่าอาจมีเพียง Primary/Secondary DNS แบบปกติ
㉔ วิธีเปิด Secure DNS ในรุ่นที่รองรับ
เข้า
Settings → Internet
หา
Secure DNS
เปิด
Enable
จากนั้นเลือก DNS-over-HTTPS Provider ที่ Firmware รองรับ
แล้วกด Save
รอ Status แสดงการเชื่อมต่อที่เหมาะสม
🔄 Allow Fall-back คืออะไร
D-Link บางรุ่นที่มี Secure DNS มีตัวเลือก
Allow Fall-back
ใช้กำหนดให้ Router สามารถกลับไปใช้ Primary/Secondary DNS ที่ตั้งไว้ หาก Secure DNS Provider ไม่สามารถใช้งานได้
เหมาะสำหรับลดโอกาส Internet ใช้งานไม่ได้เมื่อ DoH มีปัญหา
⚠️ Secure DNS อาจ Bypass Primary/Secondary DNS
ใน D-Link บางรุ่น เมื่อเปิด Secure DNS และเลือก DoH Provider
Router จะใช้ Secure DNS Provider แทน Primary/Secondary DNS ปกติในช่วงที่ Secure DNS ทำงาน
ดังนั้นต้องเข้าใจลำดับการทำงานของ Firmware รุ่นนั้น
📱 Android Private DNS มีผลไหม
มี
Android สามารถตั้ง
Private DNS
ในตัวอุปกรณ์
หากมือถือถูกกำหนดให้ใช้ DNS Provider ของตัวเอง อาจไม่ใช้ DNS ของ Router ในรูปแบบเดียวกับอุปกรณ์อื่น
ดังนั้นแม้เปลี่ยน D-Link DNS แล้ว Android เครื่องนั้นอาจมีพฤติกรรมต่างออกไป
🍎 iPhone และบริการ Private Relay
อุปกรณ์ Apple และ Application บางประเภทสามารถใช้กลไก Privacy หรือ DNS ของตัวเองตามการตั้งค่าและบริการที่ใช้งาน
จึงไม่ควรคิดว่า DNS ที่ Router ตั้งจะควบคุม DNS Traffic ทุกประเภท 100%
โดยเฉพาะ Client ที่ใช้ระบบ DNS เข้ารหัสของตัวเอง
🌐 Browser สามารถใช้ Secure DNS เองได้
Browser รุ่นใหม่บางตัวมี
Secure DNS
หรือ DNS-over-HTTPS ของตัวเอง
ตัวอย่างเส้นทางอาจเป็น
Browser
↓
DoH Provider
โดยไม่ใช้ DNS Resolver ที่ Router แจกในรูปแบบดั้งเดิม
ดังนั้นการเปลี่ยน Router DNS อาจไม่ส่งผลกับ Browser ที่ Override DNS เอง
🔐 VPN มีผลกับ DNS ไหม
มี
เมื่อเชื่อม VPN
VPN Client สามารถกำหนด DNS Server ของตัวเอง
Traffic จึงอาจใช้
VPN DNS
แทน DNS ของ D-Link
หากกำลังทดสอบ Router DNS ควรทราบว่า VPN เปิดอยู่หรือไม่
⚠️ เปลี่ยน Router DNS แล้วบางเครื่องไม่เปลี่ยน
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
Client มี Static DNS
Android Private DNS
Browser DoH
VPN
DNS Cache
DHCP Lease เดิม
DNS Relay
IPv6 DNS
ต้องตรวจทีละจุด
㉕ IPv6 DNS ต้องตรวจด้วย
ถ้า Network เปิด IPv6
Client อาจได้รับ DNS ผ่าน IPv6 เพิ่มเติม
ดังนั้นการเปลี่ยนเฉพาะ IPv4 DNS อาจไม่ทำให้ DNS ทุก Query เปลี่ยนเสมอไป
หากต้องการควบคุม DNS อย่างละเอียด ต้องตรวจ IPv6 Configuration ของ Router และ Client ด้วย
🌍 IPv4 DNS กับ IPv6 DNS ต่างกันอย่างไร
IPv4 DNS Address มักมีรูปแบบ เช่น
x.x.x.x
ส่วน IPv6 DNS จะเป็น IPv6 Address
Router ที่รองรับ Dual Stack สามารถแจกทั้งสองประเภทได้
Client สามารถเลือกใช้งานตาม Network Stack ของตัวเอง
⚠️ อย่าปิด IPv6 เพียงเพื่อให้ DNS เปลี่ยน หากยังไม่วิเคราะห์
การปิด IPv6 อาจกระทบ Network อื่น
ควรตรวจ DNS Configuration ของ IPv6 ก่อน
จากนั้นจึงตัดสินว่าจำเป็นต้องปรับอะไร
🧹 DNS Cache คืออะไร
ระบบปฏิบัติการและ Browser สามารถเก็บผล DNS Lookup ชั่วคราว
เรียกว่า
DNS Cache
ช่วยลดการถาม DNS ซ้ำ
ดังนั้นหลังเปลี่ยน DNS เว็บไซต์ที่เคยเปิดแล้วอาจยังใช้ข้อมูล Cache เดิมช่วงหนึ่ง
🔄 วิธีง่ายที่สุดหลังเปลี่ยน DNS
สามารถ
Disconnect Wi-Fi
Connect ใหม่
ปิด Browser
เปิด Browser ใหม่
หากต้องการทดสอบเพิ่มเติมจึงค่อย Clear DNS Cache ตามระบบปฏิบัติการ
🚀 DNS ไหนดีที่สุด
ไม่มี DNS ตัวเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
ควรพิจารณา
Latency
Reliability
Privacy
Security
Filtering
Location
ISP Routing
DNS ที่เร็วที่สุดใน Network หนึ่ง อาจไม่ได้เร็วที่สุดในอีก ISP หรืออีกจังหวัด
จึงควรทดสอบจาก Network ที่ใช้งานจริง
⚠️ อย่าเลือก DNS จาก Ping เพียงอย่างเดียว
Ping ต่ำไม่ได้รับประกันว่า DNS Resolution ทุก Domain จะเร็วที่สุด
DNS ยังเกี่ยวข้องกับ
Cache
Anycast Routing
Resolver Performance
Provider Infrastructure
Domain
CDN Behavior
ควรดูการใช้งานจริงร่วมด้วย
🛡️ DNS Filtering คืออะไร
DNS Provider บางรายมีระบบกรอง
Malware
Phishing
Adult Content
Tracking
ตามบริการที่เลือก
แต่การกรอง DNS ไม่ได้แทน
Antivirus
Firewall
Browser Security
Parental Control
ทั้งหมด
ควรใช้เป็น Security Layer หนึ่งเท่านั้น
👨👩👧 Parental Control กับ DNS ต่างกันอย่างไร
Parental Control ของ Router สามารถจัดการ เช่น
เวลาใช้งาน
Device
Website Policy
ขณะที่ DNS Filtering เน้นการ Resolve หรือ Block Domain ตามระบบของ DNS Provider
ทั้งสองสามารถใช้ร่วมกันได้ในบาง Network
🎮 เปลี่ยน DNS ลด Ping เกมไหม
ไม่ควรคาดหวังโดยตรง
หลังเกมรู้ IP ของ Server แล้ว Traffic เกมจะวิ่งตาม Routing ของ ISP
DNS ไม่ได้อยู่ในเส้นทางของ Packet เกมทุก Packet
ดังนั้น Ping เกมขึ้นกับ
Game Server
ISP Route
Wi-Fi
LAN
Congestion
มากกว่า DNS
📺 DNS ช่วย Streaming ไหม
DNS อาจมีผลต่อการ Resolve Domain/CDN บางขั้นตอน
แต่คุณภาพ Streaming หลักยังขึ้นกับ
Bandwidth
CDN
ISP Peering
Wi-Fi
Server
ไม่ควรใช้ DNS เป็นวิธีหลักในการแก้ Internet ช้า
🛠️ ตั้ง DNS แล้ว Internet ใช้ไม่ได้ แก้อย่างไร
ตรวจตามลำดับ
1. DNS IP กรอกถูกหรือไม่
2. Primary/Secondary ถูกช่องหรือไม่
3. WAN Connected หรือไม่
4. DNS Relay ตั้งอย่างไร
5. Secure DNS เปิดอยู่หรือไม่
6. Client Renew Network หรือยัง
7. IPv6 DNS มีผลหรือไม่
8. VPN/Private DNS เปิดหรือไม่
หากไม่แน่ใจ ให้กลับเป็น Automatic DNS ก่อน
🔄 DNS_PROBE_FINISHED_NXDOMAIN เกิดจาก DNS เสมอไหม
ข้อความเกี่ยวข้องกับการ Resolve Domain แต่สาเหตุอาจมีหลายอย่าง เช่น
Domain ไม่มี Record
DNS Cache
DNS Server
Browser
Network Policy
Domain Configuration
จึงไม่ควรเปลี่ยน Router DNS ทันทีโดยไม่ทดสอบ Domain อื่น
⚠️ เปิดบางเว็บไม่ได้แต่เว็บอื่นปกติ
ลองตรวจ
เว็บไซต์ปลายทางล่มหรือไม่
DNS Cache
DNS Provider
Browser
IPv6
VPN
ถ้ามีปัญหาเพียงเว็บไซต์เดียว อาจไม่ใช่ Router D-Link
📱 วิธีตั้ง DNS D-Link ผ่านมือถือ
ทำตามนี้
1. เชื่อมมือถือกับ Wi-Fi D-Link
2. เปิด Browser
3. เข้า 192.168.0.1 หรือ Management IP
4. Login
5. เข้า Settings → Internet
6. เปิด Advanced Settings หากมี
7. หา Primary DNS
8. หา Secondary DNS
9. กรอก DNS ที่ต้องการ
10. Save
11. Disconnect/Reconnect Wi-Fi
12. ทดสอบเว็บไซต์หลายแห่ง
💻 วิธีตั้ง DNS ผ่านคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนคือ
1. ต่อ PC กับ D-Link
2. เปิด Browser
3. Login Router
4. เข้า Internet Settings
5. ตรวจ WAN Connection Type
6. เปิด Advanced Settings
7. กำหนด Primary DNS
8. กำหนด Secondary DNS
9. Save
10. รอ WAN Connected
11. Renew Network หากจำเป็น
12. ทดสอบ DNS
เหมาะกับการ Troubleshooting เพราะสามารถตรวจ IP, Gateway และ DNS ของ PC ได้ง่าย
🔍 DNS ที่ Router กับ PC ไม่ตรงกันผิดไหม
ไม่เสมอไป
ตัวอย่าง Router ใช้ Upstream DNS ภายนอก
แต่ PC แสดง
192.168.0.1
เพราะกำลังใช้ D-Link เป็น DNS Relay
จึงถือว่าทำงานได้ตาม Configuration
📋 ตัวอย่าง DNS แบบใช้ Router Relay
D-Link LAN
192.168.0.1
D-Link Upstream DNS
DNS Provider A
DNS Provider B
PC
IP
192.168.0.100
Gateway
192.168.0.1
DNS
192.168.0.1
PC ส่ง Query มาที่ Router แล้ว Routerส่งต่อไปยัง Upstream DNS
📋 ตัวอย่าง DNS แบบแจกตรงให้ Client
ในระบบที่ปิด DNS Relay และ Firmware รองรับการแจก DNS โดยตรง
Router
192.168.0.1
DHCP Client
IP
192.168.0.100
Gateway
192.168.0.1
DNS
DNS Provider A
DNS Provider B
รูปแบบจริงขึ้นอยู่กับ D-Link รุ่นนั้น
📋 Checklist ก่อนเปลี่ยน DNS
□ Internet ใช้งานได้ก่อนเปลี่ยน
□ จด DNS เดิม
□ รู้ WAN Connection Type
□ รู้ DNS Provider ที่ต้องการใช้
□ ตรวจ Primary DNS
□ ตรวจ Secondary DNS
□ ตรวจ DNS Relay
□ ตรวจ Secure DNS หากมี
□ ไม่แก้ PPPoE โดยไม่จำเป็น
📋 Checklist หลังเปลี่ยน DNS
ตรวจ
1. Save สำเร็จ
2. WAN Connected
3. เปิด Domain ได้
4. Client ได้ IP
5. Gateway ถูก
6. DNS Resolution ทำงาน
7. Browser ใช้งานได้
8. Application ใช้งานได้
9. Secure DNS Status ถูก หากเปิด
10. ไม่มี VPN/Private DNS รบกวนการทดสอบ
หากครบถือว่าการตั้ง DNS สำเร็จ
❓ คำถามที่พบบ่อย
DNS บน Router D-Link คืออะไร
เป็น DNS Server ที่ Router ใช้สำหรับการ Resolve Domain หรือส่งต่อให้ Client ตาม Configuration
Primary DNS กับ Secondary DNS ต่างกันอย่างไร
เป็น DNS Server หลักและ Server เพิ่มเติม/สำรองที่ระบบสามารถใช้ตามพฤติกรรมของ Router หรือ Client
จำเป็นต้องเปลี่ยน DNS ไหม
ไม่จำเป็น หาก DNS เดิมของ ISP ทำงานดีและไม่มีความต้องการพิเศษ
เปลี่ยน DNS แล้วเน็ตเร็วขึ้นไหม
อาจช่วยด้าน DNS Lookup บางส่วน แต่ไม่เพิ่ม Bandwidth ของ Package Internet
เปลี่ยน DNS แล้ว Ping เกมลดไหม
โดยทั่วไปไม่ใช่วิธีหลักในการลด Game Ping
DNS Relay คืออะไร
เป็นการให้ Client ถาม DNS ผ่าน Router ก่อน แล้ว Router Forward Query ต่อไปยัง Upstream DNS
ทำไม PC ยังเห็น DNS 192.168.0.1 หลังเปลี่ยน DNS
อาจเป็นเพราะ D-Link เปิด DNS Relay อยู่
ตั้ง DNS แล้วต้อง Restart Router ไหม
ไม่เสมอไป Save แล้วทดสอบได้ก่อน หากจำเป็นค่อย Restart
ตั้ง DNS แล้วต้องเปลี่ยน PPPoE ไหม
ไม่ต้อง DNS กับ PPPoE เป็นคนละการตั้งค่า
ตั้ง DNS ผิดแล้วแก้ยังไง
กลับไปเลือก Automatic DNS หรือ DNS เดิมจาก ISP แล้ว Save
Secure DNS คืออะไร
เป็นระบบ DNS เข้ารหัส เช่น DNS-over-HTTPS ใน D-Link รุ่นที่รองรับ
D-Link ทุกตัวมี Secure DNS ไหม
ไม่มี ขึ้นอยู่กับรุ่นและ Firmware
Private DNS ในมือถือมีผลไหม
มี สามารถทำให้มือถือใช้ DNS ของตัวเองแทน Router DNS บางรูปแบบ
VPN มีผลต่อ DNS ไหม
มี VPN สามารถกำหนด DNS Server ของตัวเองได้
IPv6 มี DNS แยกไหม
สามารถมี IPv6 DNS ได้ จึงควรตรวจหาก Network เปิด IPv6
✅ สรุปวิธีตั้งค่า DNS บน Router D-Link
ขั้นตอนหลักคือ
1. เชื่อมกับ Router D-Link
2. เข้า 192.168.0.1 หรือ Management IP
3. Login
4. เข้า Settings → Internet
5. ตรวจ Internet Connection Type
6. เปิด Advanced Settings
7. หา Primary DNS Server
8. หา Secondary DNS Server
9. กรอก DNS ที่ต้องการ
10. กด Save
11. รอ WAN Connected
12. Disconnect/Reconnect Client หากจำเป็น
13. ทดสอบการเปิดเว็บไซต์
ถ้า D-Link ใช้ DNS Relay โทรศัพท์หรือ PC อาจยังแสดง DNS เป็น IP ของ Router เช่น
192.168.0.1
แม้ Router จะถูกตั้งให้ใช้ Upstream DNS ใหม่แล้ว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการตั้งค่าไม่สำเร็จ
Router D-Link รุ่นใหม่บางรุ่นยังมี Secure DNS หรือ DNS-over-HTTPS เพิ่มเติม หากเปิดใช้งานต้องตรวจว่า Secure DNS Provider ทำงานอยู่หรือไม่ และควรเข้าใจว่ามือถือ Browser หรือ VPN บางตัวสามารถใช้ DNS ของตัวเองแทน Router ได้
สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยน DNS ควรทำเพื่อแก้หรือปรับปรุงระบบ DNS โดยเฉพาะ ไม่ควรคาดหวังว่าจะเพิ่มความเร็ว Package Internet หรือลด Ping เกมอย่างมาก
หากทำตามแนวทางของ comsiam โดยจดค่า DNS เดิมก่อน เปลี่ยนเฉพาะ Primary/Secondary DNS ที่จำเป็น ตรวจ DNS Relay และทดสอบหลัง Save อย่างเป็นขั้นตอน ก็จะสามารถปรับ DNS บน Router D-Link ได้โดยไม่กระทบ PPPoE, DHCP หรือ Network Configuration ส่วนอื่นโดยไม่จำเป็น