ปัญหาคอมพิวเตอร์ที่คนเจอบ่อยและค้นหาสูงมาก
อาการ คอมพิวเตอร์เปิดติดแต่ไม่มีเสียง ไม่ว่าจะดู YouTube ฟังเพลง ประชุมออนไลน์ หรือดูหนังแล้วเงียบสนิท เป็นปัญหาที่ผู้ใช้จำนวนมากค้นหา เพราะกระทบการใช้งานโดยตรง ทั้งที่เครื่องยังเปิดติดและทำงานได้ปกติ
ความจริงแล้ว ปัญหานี้ส่วนใหญ่มาจากการตั้งค่า ไม่ใช่อุปกรณ์เสีย และสามารถแก้ไขได้เองภายในไม่กี่นาที หากรู้จุดที่ต้องตรวจสอบ
อาการที่พบบ่อย
เปิดเพลงหรือวิดีโอแล้วไม่มีเสียง
ไอคอนลำโพงไม่ขึ้น หรือขึ้นแต่ไม่มีเสียง
เสียบหูฟังแล้วเงียบ
เสียงหายหลังอัปเดต Windows
เสียงหายเฉพาะบางโปรแกรม
อาการเหล่านี้เป็นเคสที่พบจริงบ่อย และเป็นแนวทางเดียวกับที่ทีม คอมสยาม ใช้ไล่เช็กในงานแก้ปัญหาหน้างาน
สาเหตุหลักที่ทำให้คอมไม่มีเสียง
ปรับ Volume เป็น Mute โดยไม่รู้ตัว
เลือก Output เสียงผิดอุปกรณ์
ไดรเวอร์เสียงหายหรือผิดพลาด
โปรแกรมใช้ Output คนละช่อง
แจ็คเสียงหรือหูฟังมีปัญหา
วิธีแก้ไขแบบเป็นขั้นตอน
1. เช็ก Volume และ Mute
คลิกไอคอนลำโพงมุมขวาล่าง
ตรวจสอบว่าไม่ได้ปิดเสียง (Mute)
เพิ่มระดับเสียงให้ชัดเจน
2. เลือกอุปกรณ์เสียงให้ถูก
คลิกขวาที่ไอคอนลำโพง
เลือก “Open Sound settings”
ตรวจสอบ Output ว่าเลือก Speakers / Headphones ถูกตัว
หลายคนเสียบหูฟังค้างไว้ ทำให้เสียงไม่ออกลำโพง
3. ทดสอบเสียง
กดปุ่ม “Test” ใน Sound settings
ถ้าไม่มีเสียง แสดงว่า Windows ไม่ส่งเสียงออก
4. ตรวจสอบไดรเวอร์เสียง
คลิกขวา This PC → Manage
Device Manager → Sound, video and game controllers
หากมีเครื่องหมาย ! หรือ ? แสดงว่าไดรเวอร์มีปัญหา
ให้ถอนแล้วรีสตาร์ท หรือดาวน์โหลดใหม่จากเว็บผู้ผลิต
5. รีสตาร์ท Windows Audio
กด
Windows + Rพิมพ์services.mscหา Windows Audio
คลิก Restart
วิธีนี้แก้ปัญหาเสียงหายแบบเฉียบพลันได้บ่อยมาก
6. ทดสอบอุปกรณ์ภายนอก
ลองเปลี่ยนหูฟังหรือลำโพง
เปลี่ยนพอร์ตเสียบ
ทดสอบกับอุปกรณ์อื่น
เพื่อแยกว่าเป็นปัญหาที่เครื่องหรืออุปกรณ์เสริม
สรุป
อาการ คอมพิวเตอร์เปิดติดแต่ไม่มีเสียง ส่วนใหญ่มักเกิดจากการตั้งค่าหรือไดรเวอร์ ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์เสีย หากไล่ตรวจตามขั้นตอน จะสามารถแก้ได้เองโดยไม่ต้องเสียเงิน
แนวทางการแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นตอนนี้ เป็นสไตล์เดียวกับบทความความรู้ด้านไอทีที่เผยแพร่บน
คอมสยาม
ซึ่งเน้นให้ผู้อ่านเข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น